Democracy-country-pic

ประชาธิปไตยเกิดขึ้นเป็นครั้งแรกของโลก จากแนวคิดปรัชญาของกรีซในยุคโบราณ โดยนักปราชญ์เพลโตผู้ลือชื่อ ได้เปรียบเทียบประชาธิปไตยในทัศนะของเขาว่าเป็นการปกครองโดยผู้ถูกปกครอง ซึ่งเป็นรูปแบบทางเลือกสำหรับระบอบราชาธิปไตย คณาธิปไตยและเศรษฐยาธิปไตย โดยประชาธิปไตยแบบกรุงเอเธนส์เป็นการปกครองแบบประชาธิปไตยทางตรง ซึ่ง ประชาธิปไตยแบบเอเธนส์ มีความโดดเด่นอันเป็นเอกลักษณ์อยู่ 2 ประการ ได้แก่ มีการคัดเลือกพลเมืองเข้าสู่การทำงานของราชการ และมีการรวมตัวของพลเมืองจำนวนมาก

‘ประชาธิปไตย’ เกิดขึ้นเป็นครั้งแรกในกรีซยุคโบราณ

พลเมืองทุกคน สามารถอภิปรายรวมทั้งลงมติในสภาได้ แต่ความเป็นพลเมืองของเอเธนส์นั้น มีข้อจำกัด คือ เว้นไว้ให้เฉพาะชายทุกคนที่เกิดจากบิดาที่เป็นพลเมือง และผู้อยู่ในภาวะรับราชการทหาร อายุ 18-20 ปีเท่านั้น โดยไม่รวมสิทธิของ ผู้หญิง, ทาส, ชาวต่างชาติ และผู้ชายที่มีอายุต่ำกว่า 20 ปีบริบูรณ์ จากจำนวนประชากรกว่า 250,000 คน มีผู้ได้รับสถานะพลเมืองเพียง 30,000 คนเท่านั้น นอกจากนี้ยังมีเพียง 5,000 คนเท่านั้น ที่เข้าไปอยู่ในสมัชชาประชาชน โดยเจ้าพนักงานกับผู้พิพากษาของรัฐบาลจำนวนมาก มาจากการกำหนดเลือก มีเพียงบรรดาแม่ทัพและเจ้าพนักงานเพียงส่วนน้อยเท่านั้นที่มาจากการเลือกตั้งอย่างแท้จริง

‘เกาะอาร์วัด’ อีกหนึ่งตัวอย่างของการปกครองระบบประชาธิปไตย

เกาะอาร์วัด ในปัจจุบันคือประเทศซีเรีย โดยมีชาวฟินิเซียเป็นผู้ก่อตั้งเกาะแห่งนี้ขึ้นมาในสหัสวรรษที่ 2 ก่อนคริสตกาล ก็จัดเป็นอีกตัวอย่างหนึ่งของระบอบประชาธิปไตย โดยประชาชนต่างยึดถืออำนาจอธิปไตยของตนอย่างเหนียวแน่น ส่วนอีกตัวอย่างหนึ่ง คือ ประชาธิปไตยยุคเริ่มแรก ถือกำเนิดขึ้นมามาจากนครรัฐสุเมเรียน ณ ปัจจุบันคือรัฐพิหาร ประเทศอินเดีย อันเป็นรัฐบาลอันดับแรกของโลก ที่มีปัจจัยของการปกครองระบอบประชาธิปไตยอย่างน่าสนใจ นอกจากนี้ยังเคยมีหลักฐานชี้ให้เห็นว่า มีการปกครองซึ่งมีความเหมือนประชาธิปไตยด้วย โดยชาวเมเดสในช่วงศตวรรษที่ 6 ก่อนคริสตกาล แต่ก็ต้องมาถึงคราวสิ้นสุด เมื่อถึงรัชกาลของพระเจ้าดาไรอัสมหาราช ท่านเคยกล่าวเอาไว้ว่า ระบอบราชาธิปไตยที่ดี มีกำลังเหนือกว่าระบอบคณาธิปไตยและระบอบประชาธิปไตย

ถึงแม้ในยุครัฐโรมัน จะมีการถือกำเนิดของการปกครองระบอบประชาธิปไตยในบางส่วน เช่น การออกกฎหมาย แต่ก็ยังไม่ได้เป็นประชาธิปไตยอย่างสมบูรณ์ เฉกเช่นทุกวันนี้ เพราะถึงแม้ชาวโรมันจะเลือกผู้แทนตนเข้าสู่สภาก็จริง หากแต่ก็ยังไม่รวมถึงสตรี, ทาส, คนต่างด้าว อีกมากมายหลายชีวิต ซึ่งไม่ใช้ทุกเสียงของประเทศนอกจากนี้ปกครองระบอบประชาธิปไตยในยุครัฐโรมัน ยังมอบน้ำหนักให้แก่บรรดาเศรษฐีรวมทั้งเจ้าหน้าที่ระดับสูงมากกว่า ดั่งที่ปรากฏว่าสมาชิกวุฒิสภามักมาจากครอบครัวมีชื่อเสียงมั่งคั่ง