Half-democracy-pic

ประชาธิปไตยครึ่งใบ คือ ระบอบการปกครอง ที่มอบอำนาจอธิปไตยให้แก่นักการเมืองกับข้าราชการ ซึ่งขัดกับทฤษฎีประชาธิปไตย ประชาธิปไตยครึ่งใบต้องอยู่กับประชาชนและผู้แทนที่ประชาชนเลือก โดยสภาวการณ์นี้ เป็นผลต่อเนื่องมาจากระบบการเมืองของประเทศไทย ซึ่งชนชั้นข้าราชการ มีอำนาจปกครองมาตั้งแต่สมัยโบราณ อีกทั้งยังเป็นชนชั้นที่มีการศึกษาสูงกว่าประชาชนทั่วไป

ทำความเข้าใจให้ลึก กับ ประชาธิปไตยครึ่งใบ

ถึงแม้ว่าประเทศไทยจะมีการเปลี่ยนแปลงการปกครองแล้วก็ตาม หากแต่ข้าราชการก็ยังคงมีฐานะอยู่เดิม เนื่องจากในยุคแรกของการเปลี่ยนแปลง ประชาชนยังไม่พร้อมเข้ามามีบทบาททางการเมือง และทางฝั่งข้าราชการเองก็ยังไม่พร้อมจะยอมรับใช้ประชาชน ในการเข้ามามีส่วนร่วมในระบบการปกครองของประเทศไทย เพราะฉะนั้นหลัง พ.ศ.2475 จึงถูกเรียกว่า อำมาตยาธิปไตย

นอกจากนี้ อีกหนึ่งเหตุการณ์ที่เข้ามาเปลี่ยนแปลงบทบาทหน้าที่ของข้าราชการกับประชาชนคน คือ เหตุการณ์ 14 ตุลาคม พ.ศ. 2516 ทำให้ข้าราชการโดนลดบทบาททางการเมืองลง ทำให้นักการเมืองเข้ามามีบทบาทเพิ่มมากขึ้น เพราะประชาชนคนชั้นกลางสนใจการเมืองเพิ่มมากขึ้น ในช่วงเวลานี้ มีการช่วงชิงอำนาจระหว่างข้าราชการกับนักการเมืองอย่างรุนแรง ทำให้เกิดการใช้กำลังแย่งชิงอำนาจขึ้น และเกิดการถือกำเนิดขึ้นของประชาธิปไตยครึ่งใบ ซึ่งเป็นสภาวะของการออมชอมระหว่างทั้ง 2 กลุ่ม

ย้อนไปในอดีตช่วงเวลาที่เรียกว่าประชาธิปไตยครึ่งใบ ได้แก่ยุคของ พล.อ. เกรียงศักดิ์ ชมะนันทน์ และ พล.อ. เปรม ติณสูลานนท์ ปี พ.ศ. 2520-2531 หลังจากนั้นเมื่อ พล.อ. ชาติชาย ชุณหะวัณ ได้ก้าวขึ้นตำแหน่งนายกรัฐมนตรี ในปี พ.ศ. 2531 ก็หมดยุคประชาธิปไตยครึ่งใบไป…

โดยการเปลี่ยนแปลงที่ทำให้ ‘ระบอบประชาธิปไตยครึ่งใบ’ ถือกำเนิดขึ้น คือ…

  • เศรษฐกิจเจริญเติบโตขึ้นอย่างรวดเร็ว จนเกิดยุคที่ธุรกิจและชนชั้นกลางเฟื่องฟู โดยเป็นพลังทางสังคม ที่เจริญเติบโตอย่างมั่นคงมากขึ้นเรื่อยๆ อีกทั้งยังมีความต้องการอย่างแรงกล้า ในการเข้ามามีส่วนร่วมทางการเมือง จนกองทัพไม่อาจเพิกเฉยได้
  • สงครามระหว่างไทยกับพรรคคอมมิวนิสต์จบลง ทำให้เรื่องความมั่นคงหมดไป ชนชั้นนำราชการของประเทศไทย จึงมีความรู้สึกปลอดภัยที่จะให้มีประชาธิปไตยแบบรัฐสภา
  • เรื่องราวภายในกองทัพ ผู้นำทางทหารระดับสูงหลายคน เปิดใจกว้างพร้อมเปลี่ยนทัศนคติของตนเอง ให้การยอมรับประชาธิปไตย พวกเขาเปลี่ยนมาคิดว่า ประชาธิปไตยไม่ใช่ระบอบที่ชั่วร้าย หากแต่เป็นระบอบที่ปกติซึ่งเปิดให้ทุกฝ่ายได้กระจายอำนาจกัน เห็นว่ารัฐประหาร ไม่ใช่ทางออก

แต่ถึงอย่างไรก็ตาม การปรับเปลี่ยนนี้ไม่ได้เกิดขึ้น เพราะผู้นำกองทัพหันมายึดมั่นต่ออุดมการณ์ประชาธิปไตยอย่างลึกซึ้งหากแต่มันเกิดขึ้นเพราะผู้นำกองทัพในยุคนั้นเน้นเรื่องปฏิบัตินิยม หรือมองโลกตามความเป็นจริงไม่ได้ฝืนกระแสสังคม