Democratic-photo

หลังจากเหตุการณ์คณะราษฎรได้บุกเพื่อเข้ายึดอำนาจ วันที่ 24 มิถุนายน พ.ศ.2475 ประเทศไทยเกิดการเปลี่ยนแปลงครั้งใหญ่ แต่เดิมคือการปกครองด้วยระบอบสมบูรณาญาสิทธิราชย์ กลายมาเป็นระบอบการปกครองแบบประชาธิปไตยอันมีพระมหากษัตริย์เป็นประมุข หากแต่ตลอดระยะเวลาผ่านมา กลับมีการวิพากษ์วิจารณ์อยู่หลายครั้ง ว่าประชาธิปไตยนั้นเป็นแบบไทย และ ณ ปัจจุบันเสียงสะท้อนกลับทวีความรุนแรงยิ่งกว่านั้น คือ ระบอบการปกครองแบบประชาธิปไตยนั้นอาจไม่เหมาะกับสังคมไทยก็ได้

ประชาธิปไตยทางเลือก ซึ่งอยากให้มีการประยุกต์ให้เหมาะกับสังคมไทย

การปกครองระบอบประชาธิปไตย ถือกำเนิดขึ้น ณ  นครเอเธนส์ เมื่อ 2,000 ปีมาแล้ว โดยในยุคตั้งต้นประชาธิปไตยถูกมองไม่ดีมาตลอด นักปรัชญาในอดีตส่วนใหญ่ไม่มีใครเห็นดีเห็นงามกับการปกครองระบอบประชาธิปไตยนัก โดยเพลโต้ และอริสโตเติล 2 นักปรัชญาผู้ยิ่งใหญ่  มองว่าประชาธิปไตย จะทำให้สังคมสูญเสียที่จะได้ใช้ประโยชน์จากกลุ่มคนผู้มีปัญญาและทรัพย์สินมาก ในการนำมาพัฒนาประเทศ ทางด้าน Jackson ประธานาธิบดีคนที่ 7 ของสหรัฐอเมริกาไม่ได้ชื่นชอบประชาธิปไตยเช่นเดียวกัน กาลเวลาดำเนินมาถึงศตวรรษที่ 20 มุมมองเกี่ยวกับประชาธิปไตยจึงเริ่มมีการเปลี่ยนแปลงไป ซึ่งทำให้มีการมองในแง่ดีมากขึ้น

ตามปกติทั่วไปเมื่อพูดถึงประชาธิปไตย หลายๆ คนมักเข้าใจผิดคิดว่ามีเพียงรูปแบบเดียว หากแต่ความจริงแล้วประชาธิปไตยก็มีมากมายหลายแบบต่างกัน สำหรับในวันนี้เราจะยกตัวอย่างให้คุณศึกษา 3 แบบ

ประชาธิปไตยนครเอเธนส์ ซึ่งเป็นแนวคิดแบบรุ่นแรก มีลักษณะเด่น คือ เป็นการปกครองโดยใช้อำนาจของประชาชนโดยตรง หากแต่ต่อมาได้มีการนำมาประยุกต์ใช้ในโลกสมัยใหม่ จากการเน้นการทำกิจกรรม รวมทั้งการมีส่วนร่วมทางการเมืองของประชาชน ในขณะเดียวกันประชาชน ก็ต้องแบกรับหน้าที่ในการปกครองบ้านเมืองอีกด้วย

ประชาธิปไตยปกป้อง มีเอกลักษณ์ คือ ให้ประชาชนมีเครื่องมือในการปกป้องตนเองจากการล่วงละเมิดของรัฐบาล เป็นการสร้างพื้นที่ให้แก่สิทธิเสรีภาพของปัจเจกบุคคลให้มีความกว้างที่สุด เพื่อป้องกันการล่วงละเมิดของรัฐบาลซึ่งมีอำนาจมากที่สุด มีความเชื่อว่า สิทธิ์การเลือกตั้งเป็นหนทางเดียวซึ่งจะช่วยส่งเสริมความสุข สำหรับประชาชนมากที่สุด

ประชาธิปไตยพัฒนา มีความเห็นว่าประชาธิปไตยคือเครื่องมือสำคัญ อันทำให้มนุษย์บรรลุถึงเสรีภาพมากที่สุด อีกทั้งยังต้องการความเสมอภาคทางเศรษฐกิจอีกด้วย และสนับสนุนให้มีการปกครองท้องถิ่นอย่างเข้มแข็ง เป็นอิสรเสรี โดยเชื่อว่า จะเป็นการขยายโอกาสให้แก่ประชาชนมากขึ้น

สรุปแล้ว การปกครองระบอบประชาธิปไตย ต้องการให้ประชาชนได้มีส่วนร่วมในการกำหนดทิศทางการปกครอง รวมทั้งบุคคลซึ่งทำหน้าที่ปกครองประเทศ แต่ทั้งนี้ก็ขึ้นอยู่กับเงื่อนไขทางสังคม เศรษฐกิจ อุดมการณ์ รวมทั้งการเมืองของแต่ละประเทศ เพราะฉะนั้นประชาธิปไตยของแต่ละประเทศจึงไม่เหมือนกัน หากแต่มีเกณฑ์ 2 ประการ อันเป็นหัวใจสำคัญของประชาธิปไตย ก็คือ…

  • สิทธิทางการเมือง ได้แก่ สิทธิเลือกตั้ง สิทธิสมัครรับเลือกตั้ง รวมทั้งสิทธิจัดตั้งพรรคการเมือง

เสรีภาพของพลเมือง ได้แก่ เสรีภาพในการพูด เขียน อ่าน และชุมชนในที่สาธารณะ