‘ประชาธิปไตยบนเส้นขนาน’ เป็นนวนิยายที่แต่งโดย ‘วินทร์ เลียววาริณ’ เผยแพร่สู่สาธารณะ พร้อมจำหน่ายในปี พ.ศ. 2537 ความพิเศษของนวนิยายเรื่องนี้ คือ ได้รับยกย่องให้เป็นรางวัลซีไรต์ประจำปี พ.ศ. 2540 ฉบับภาษาอังกฤษมีชื่อว่า ‘Democracy, Shaken & Stirred’ โดยเป็นนิยายมีเนื้อหาสื่อถึงการเมืองของประเทศไทย จากการสร้างเรื่องราวตามการปฏิวัติในประเทศไทยตั้งแต่ปี พ.ศ. 2475 จนกระทั่งถึงเหตุการณ์พฤษภาทมิฬในปี พ.ศ. 2535 ซึ่งตัวละครหลักในเรื่อง เป็นตัวละครที่แต่งขึ้นมา หากแต่ในส่วนอื่นๆ มีการหยิบบุคคลในประวัติศาสตร์เข้ามาใส่เอาไว้มากมาย โดย ‘วินทร์’ ใช้ลักษณะการเขียนเช่นนี้ ในนวนิยายอีกเรื่องของเขา เรื่องนั้นก็คือ ‘ปีกแดง’ ซึ่งถูกเผยแพร่ออกมาในปี พ.ศ. 2545

‘ประชาธิปไตยบนเส้นขนาน’ นวนิยายตีแผ่การเมืองไทย

โดยนวนิยายเรื่องนี้ มาจากการจำลองภาพเหตุการณ์ทางการเมือง ซึ่งเป็นเหตุการณ์สำคัญๆ ในยุคสมัยต่างๆ ของประเทศไทย ที่มีการพัฒนาระบอบประชาธิปไตยตามลำดับขั้นตอนต่างๆ บอกเล่าเรื่องราวของการถ่ายอำนาจ จากบุคคลหนึ่งไปยังกลุ่มบุคคลหนึ่ง จากการถ่ายทอดของบุคคล 2 คน มีความแตกต่างกันทั้งทางด้านการใช้ชีวิตรวมทั้งอุดมการณ์ หากสิ่งที่ทั้ง 2 มีเหมือนกันก็ คือ ต้องการความสงบสุขของบ้านเมือง , ต้องการสิทธิเสรีภาพเท่าเทียมกัน รวมทั้งได้มาถึงการมีประชาธิปไตยเต็มใบ

เนื้อเรื่องฉบับย่อ

เส้นทางของชาย 2 คนซึ่งแตกต่างราวกับฟ้าและดิน…

ชายคนที่ 1 เขาคือ ‘เสือย้อย’ เขาเป็นโจรก็จริง หากแต่ก็มีแววตาที่ฉลาด สายตาที่น่าเกรงขาม กริยาท่าทางแลดูมีการศึกษาสูง อีกทั้งยังไม่เหมือนกับโจรทั่วไป หากแต่ที่เป็นเช่นนี้ก็ไม่ใช่เรื่องแปลกเลย เนื่องจากชายผู้นี้มีชื่ออีกชื่อหนึ่งว่า ‘หลวงกฤษดาวินิจ’ เนื้อแท้เขาเป็นบุคคลมีการศึกษาสูง อีกทั้งยังเป็นทหารซึ่งมีความจงรักภัคดีต่อสถาบันพระมหากษัตริย์มาก หากแต่เขาต้องการต่อต้านการปฏิวัติ จนกะทั่งไม่มีทางเลือกจนกระทั่งต้องมาเป็นโจร

ชายคนที่ 2 เขาคือ นายตำรวจ มีชื่อว่า ร.ต.ต ตุ้ย พันเข็ม นายตำรวจที่มีความเป็นผู้พิทักษ์อันสูงลิ่ว มีอุดมการณ์สูงรักประเทศชาติยิ่งชีวิตของตัวเอง อีกทั้งยังเป็นผู้กำราบโจรที่มีชื่อเสียงต่างๆ จนกระทั่งได้รับฉายาว่า ‘จ่าตุ้ยปืนผี’ อีกทั้งนายตำรวจคนนี้นี่แหละ มีบทบาทสำคัญทางการเมืองในช่วงยุค 60 ปี โดยทั้ง 2 คนนี้เป็นทั้งเพื่อนและศัตรูในคราวเดียวกัน

สำหรับ ‘ประชาธิปไตยบนเส้นขนาน’ เป็นนวนิยายที่จำลองเหตุการณ์ทางการเมืองที่มีความสำคัญ และมีชื่อเสียงเป็นที่รู้จักกันดี ซึ่งเกิดขึ้นนับตั้งแต่ปีแรกของระบอบประชาธิปไตยในไทย จวบจนกระทั่งถึงปี พ.ศ. 2535 มีโครงเรื่องที่สนุกสนาน อ่านได้แบบเพลิดเพลิน อีกทั้งยังเชือดเฉือน มีการชิงไหวชิงพริบของตัวละครตลอดเวลา ทำให้ผู้อ่านลุ้นแบบนั่งไม่ติด อีกทั้งยังมีการแบ่งเรื่องออกเป็นตอนๆ และในทุกตอนจบในตัวเองแบบหักมุม ทำให้ต้องตะลึงเมื่อบทสรุปมาเยือน ซึ่งเรียงร้อยออกมาในรูปแบบโครงสร้างของวิวัฒนาการการเมืองไทย

สรุปแล้ว นวนิยาย ‘ประชาธิปไตยบนเส้นขนาน’ เป็นการแสดงออกทางหนึ่ง ซึ่งช่วยให้ความรู้แก่ผู้คนในสังคม อย่างกว้างขวาง เนื่องจากถ้าประชาชนรู้มากขึ้น มีความเข้าใจในเรื่องกลไกของการเมืองไทยดีขึ้น และตระหนักว่าการเมืองมีความสำคัญต่อชีวิตของประชาชนอย่างไร ก็จออกมาปกป้องสิทธิของตัวเองให้มากขึ้น อีกทั้งยังได้ระบบการเมืองที่ดีขึ้น หรือ อย่างน้อยที่สุดเมื่อประชาชนได้รับความรู้เหล่านี้ ก็จะช่วยลดความสูญเสียที่เกิดขึ้นจากการเมืองในอนาคตได้ เพราะทุกชีวิตในประเทศ ประชาชนทุกคนล้วนแล้วแต่เกี่ยวข้องกับคำว่า ‘การเมือง’ ทั้งสิ้น ด้วยเหตุนี้การศึกษาประวัติศาสตร์ทางการเมืองจึงเป็นสิ่งที่จำเป็น เพื่อที่ประชาชนทุกคน หรือประชาชนจำนวนมาก จะได้เกิดความเข้าใจเพื่อช่วยกันทำให้อนาคตของตัวเองและลูกหลานน่าอยู่ขึ้นกว่าเดิม