Direct-democracy-pic

‘ประชาธิปไตยโดยตรง’ เป็นอีกรูปแบบหนึ่งของการปกครองในระบอบประชาธิปไตยแบบดั้งเดิม สมัยโบราณ โดยประชาชนมีหน้าที่ตัดสินใจในการออกกฎหมาย รวมทั้งนโยบายต่างๆ โดยตรง สามารถทำได้ด้วยการเสียงลงคะแนนเสียง มีความแตกต่างจากประชาธิปไตยในปัจจุบันนี้มาก เพราะประชาธิปไตยในปัจจุบันนี้เป็นประชาธิปไตยแบบเลือกผู้แทน ให้เข้าไปทำหน้าที่ตัดสินใจแทนตน สำหรับประชาธิปไตยโดยตรง สามารถแบ่งรูปแบบได้เป็น 2 อย่าง คือ ประชาธิปไตยมีส่วนร่วมและประชาธิปไตยปรึกษาหารือ

ประวัติความเป็นมาของประชาธิปไตยโดยตรง

ประชาธิปไตยโดยตรงถือกำเนิดขึ้นมาจากประชาธิปไตยดั้งเดิม อันเป็นประชาธิปไตยต้นกำเนิด ของชาวเอเธนส์ เมื่อ 5 ศตวรรษก่อนคริสต์ศักราช โดยไม่ให้อำนาจแก่ประชาชนทั้งหมด เพราะไม่รวมเสียงของ ผู้หญิง คนต่างด้าว และทาส

ในยุคนั้นเอเธนส์ มีประชาชนที่เป็นเพศชายเพียง 30,000 คน มีประชาชนหลายพันคนที่เข้ามามีส่วนร่วมทางการเมืองในแต่ละปี ประชาธิปไตยเอเธนส์เป็นแบบโดยตรง ประชาชนยังมีหน้าที่ควบคุมผ่านฝ่ายบริหาร รวมทั้งฝ่ายตุลาการได้อีกด้วย ส่วนประชาธิปไตยปัจจุบันมีการเปลี่ยนให้เหมาะกับกับจำนวนประชากรเพิ่มมากขึ้น กลายเป็นมีผู้แทนเข้ามาทำหน้าที่แทนประชาชนส่วนใหญ่ โดยรัฐบุรุษ Solon ขุนนาง Cleisthenes และนักการเมืองนาม Ephialtes ชายผู้มีชื่อเสียง 3 คนนี้ ล้วนเข้ามามีบทบาทพัฒนาระบอบประชาธิปไตยแบบเอเธนส์ด้วยกัน หากแต่รัฐธรรมนูญของ Solon กลับล่มสบายแล้วจึงถูกทดแทน ด้วยระบอบทรราชย์ของ Peisistratus นั่นเอง

สำหรับกรุงโรม เป็นสถานที่ถือกำเนิดของประชาธิปไตยทั้งโดยตรงและโดยอ้อม โดยเริ่มมาตั้งแต่อาณาจักรโรมันจวบจนกระทั่งจักรวรรดิโรมันล่มสลาย ซึ่งวุฒิสภาโรมันได้ยืนหยัดคงอยู่ตลอดช่วงยุคของราชอาณาจักร สาธารณรัฐ และจักรวรรดิ อีกทั้งยังคงอยู่ ถึงแม้โรมตะวันตกจะเสื่อมลงก็ตาม โดยวุฒิสภาโรมันยังคงทรงอิทธิพลในสภานิติบัญญัติ ณ ปัจจุบันนี้ ในสถานที่ต่างๆ ทั่วโลก

ในส่วนของกระบวนการประชาธิปไตยโดยตรง สาธารณรัฐโรมันโบราณได้สร้างกฎหมายโดยประชาชนขึ้นมา โดยเป็นการรวมการร่างกฎหมาย ผ่านกฎหมาย รวมทั้งอำนาจยับยั้งกฎหมาย ส่วนขั้นตอนการออกกฎหมายโดยฝีมือของประชาชนในยุคปัจจุบัน ถือกำเนิดมาจากเมืองต่างๆ ของประเทศสวิตเซอร์แลนด์ ในคริสต์ทศวรรษ 13 เมื่อกาลเวลาเดินทางมาถึงในปี ค.ศ. 1847 ชาวสวิสจึงเพิ่มอำนาจ เรื่อง การขอเสียงประชามติซึ่งมีต่อบทกฎหมาย ต่อมาจึงพบข้อเสียว่า การมีอำนาจเป็นเพียงแค่การยับยั้งกฎหมายของรัฐสภายังไม่พอ หากแต่ในปี ค.ศ. 1891 จึงมีการเพิ่มอำนาจ การริเริ่มแก้ไขเพิ่มเติมรัฐธรรมนูญ มาตั้งแต่ปี ค.ศ. 1891 นี่จึงนับเป็นอีกเหตุการณ์สำคัญของโลก ที่เกี่ยวกับการแก้ไข เพิ่มเติมรัฐธรรมนูญที่เริ่มรวมทั้งตัดสินโดยประชาชน ในช่วงเวลา 120 ปีที่ผ่านมา มี 240 ครั้งที่ได้ลงประชามติ ประชาชนค่อนข้างเอนเอียงไปทางอนุรักษ์นิยม ซึ่งได้ผ่านเพียงแค่ 10% บ่อยครั้งก็ยังเลือกรัฐธรรมมนุญฉบับซึ่งเขียนใหม่โดยรัฐบาล