Tyranny.

จุดเด่นระบอบเผด็จการ

จุดเด่นของระบอบนี้ คือ มีการรวมอำนาจทางการเมืองไว้ ณ บุคคลคนๆ เดียว , กลุ่มเดียว และใช้อำนาจควบคุมประชาชนได้อย่างเด็ดขาด ถ้ามีประชาชนคนไหนคัดค้านผู้นำก็จะถูกลงโทษ

ระบอบเผด็จแบ่งออกเป็น 3 รูปแบบ ดังนี้

  1. ระบอบเผด็จการทหาร คือ การที่ทหารเป็นผู้ใช้อำนาจในการปกครองไม่ว่าจะทางตรงทางอ้อมก็ตาม มักใช้รัฐธรรมนูญที่กลุ่มของตนเขียนขึ้นมา ตามปกติแล้วคณะทหารมักใช้อำนาจเผด็จการแบบชั่วคราว ช่วงที่ประเทศกำลังอยู่ในภาวะสงครามหรือภายหลังจากการล้มระบอบประชาธิปไตย ทั้งนี้เพื่อมีจุดประสงค์ต้องการทำลายบางอย่างอันอาจส่งผลต่อความมั่นคงของรัฐ ส่วนใหญ่หากเหตุการณ์ต่างๆ สงบลง คณะทหารก็ชักแม่น้ำทั้ง 5 เพื่อทำการยึดอำนาจต่อไปอีก ไม่ยอมคืนอำนาจให้แก่ประชาชนได้ง่ายๆ แต่เมื่อเวลาผ่านนานเท่าไหร่ ความไม่พอใจของประชาชนก็ยิ่งทวีคูณรวมทั้งแรงกดดันของนานาชาติ จะทำให้คณะผู้นำทางทหารต้องคืนอำนาจให้แก่ประชาน แต่กว่าจะเดินทางมาตรงจุดนี้ บางประเทศก็เกิดความวุ่นวาย เกิดการต่อสู้ระหว่างประชาชนกับรัฐบาล ถ้าดูจากประวัติศาสตร์ที่ผ่านมา จบลงที่ประชาชนเป็นฝ่ายชนะเสมอ แต่ชัยชนะนั้นก็ต้องแลกมากับการสูญเสีย เช่น โรมาเนีย ฟิลิปปินส์ เป็นต้น
  2. ระบอบเผด็จการฟาสซิสต์ คือ จะมีผู้นำคนหนึ่งได้รับการเห็นชอบจากบรรดานักธุรกิจรวมทั้งกองทัพให้ใช้อำนาจเผด็จการปกครองประเทศ จนก่อกำเนิดลัทธิฟาสซิสต์ขึ้นมา ซึ่งเป็นลัทธิมุ่งเน้นใช้อำนาจเผด็จการอย่างถาวร มีความเชื่อว่าระบอบเผด็จการฟาสซิสต์เหมาะกับประเทศมากที่สุด อีกทั้งช่วยให้ประเทศเกิดความก้าวหน้าอย่างรวดเร็ว
  3. ระบอบเผด็จการคอมมิวนิสต์ คือ ได้รับการส่งเสริมจากกลุ่มต่างๆ รวมทั้งจากกองทัพด้วย คณะผู้นำของพรรคซึ่งมีเพียงพรรคเดียวของประเทศนั้นๆ มีความเชื่อว่า การปกครองแบบนี้เป็นรูปแบบการปกครองอันสมควรแก่ประเทศแล้ว จะช่วยให้ชนชั้นกรรมกรเป็นอิสระจากเหล่านายทุน อีกทั้งจะทำให้ประเทศมีความเจริญก้าวหน้ามีความเข้มแข็งทัดเทียมกับประเทศอื่นๆ ได้อย่างรวดเร็ว จุดแตกต่างระหว่างคอมมิวนิสต์กับเผด็จการทหาร คือ เผด็จการทหารจะควบคุมกิจกรรมในเรื่องของการเมืองเท่านั้น แต่คอมมิวนิสต์จะควบคุมกิจกรรมทุกๆ ด้าน เช่น การเมืองการปกครอง เศรษฐกิจ สังคม ด้วยเหตุมันจึงมีชื่ออีกอย่างว่า ระบอบเผด็จการแบบเบ็ดเสร็จ

Tyranny

หลักการของระบอบเผด็จการ

  • บุคคลเพียงคนเดียว หรือกลุ่มเดียวเท่านั้นที่สำคัญที่สุด อีกทั้งยังสามารถอำนาจได้อย่างเต็มที่โดยไม่ต้องสนใจคนส่วนใหญ่ในประเทศ

–   การรักษาผู้นำ สำคัญกว่าการคุ้มครองประชาชน

–   ประชาชนห้ามวิพากษ์วิจารณ์การกระทำของผู้นำอย่างโจ่งแจ้ง

–    ผู้นำสามารถดำรงอำนาจได้ตลอดชีวิต ประชาชนไม่สามารถเปลี่ยนผู้นำได้โดยใช้รัฐธรรมนูญ

–    รัฐธรรมนูญและการเลือกตั้งต่างๆ ไม่มีความสำคัญอันใดทั้งสิ้น

แหล่งข้อมูล https://sites.google.com/site/kruchaiyooooo/rabxb-karmeuxng-kar-pkkhrxng/3-rabxb-phedckar