ประชาธิปไตยแบบไทยๆ ที่สากลยอมรับ มีลักษณะอย่างไร

ประชาธิปไตยแบบไทยๆ ที่สากลยอมรับ มีลักษณะอย่างไร

นายกรัฐมนตรี ประยุทธ์ จันทร์โอชา ได้ออกมากล่าวว่า เราจะต้องสร้างระบอบประชาธิปไตยแบบไทย ที่สากลให้การยอมรับ ซึ่งเป็นความท้าทายอันยากมาก เนื่องจากต้องมีการตกลงกันกับประชาชนก่อนว่า ‘ประชาธิปไตย’ มีนิยามว่าอย่างไร ประชาธิปไตยแบบไทยๆ นั้นควรเป็นอย่างไร ? ถึงแม้จะยึดหลักคำว่า ‘สากล’ แต่ก็ยังต้องมาคิดต่ออีกว่า ‘สากลแบบไหน’ เนื่องจากในปัจจุบันนี้มีทั้ง ‘สากล’ ที่มีทั้งแบบตะวันตกกับแบบตะวันออก โดยความหมายของทั้ง 2 ฝั่งก็มีความแตกต่างกันไป โดยการจะหาข้อสรุปที่ให้มีการปกครองแบบ ‘ประชาธิปไตยแบบไทย ที่สากลยอมรับ’ จึงเป็นเรื่องไม่ง่าย เพราะทุกฝ่ายต่างก็อ้างว่าตนเป็น ‘ประชาธิปไตย’ ด้วยกันทั้งสิ้น และท้ายสุดแล้วก็ต้องมาจบกับคำถามว่า ประชาชนคนไทยสามารถอยู่ร่วมกันภายใต้กติกา และเคารพค่านิยมพื้นฐานของสังคมได้อย่างไร ? โดยหัวข้อสำคัญที่สุด ก็คือ ความเท่าเทียม, เคารพในความเห็นต่าง, มีน้ำใจนักกีฬา นอกจากนี้ยังต้องอยู่ร่วมกันบนพื้นฐานของการไม่ยอมรับการฉ้อโกง, ทุจริต รวมทั้งการใช้อำนาจที่ตกลงกันอย่างยุติธรรม รวมทั้งไม่ข่มขู่เสียงข้างน้อยและนี่คือนิยามของ ‘ค่านิยมสากล’ ไม่ว่าจะอ้างความเป็นประชาธิปไตยในรูปแบบใด ก็ต้องยึดถือหลักปฏิบัติเช่นนี้เหมือนกัน ส่วนคำถามว่า ‘ประชาธิปไตยแบบไทย’ น่าจะแสดงสื่อถึง การไม่ใช้ความรุนแรงตัดสินปัญหา รวมทั้งหาทางออกในความเห็นต่างด้วยสันติวิธี ยึดมั่นในหลักทางสายกลาง ไม่ใช้เงินหรืออำนาจมาปูทางชะตากรรมของประเทศชาติ หากแต่ต้องถือเอาความปรองดองเป็นวิถีปฏิบัติ โดยสิ่งเหล่านี้คือ ‘ค่านิยมอันมีคุณค่า’ ในความเป็นไทย ซึ่งควรนำมาส่งเสริมความเป็น ‘ประชาธิปไตย’ เพราะในอดีตมีอยู่บ่อยครั้งเกิดค่านิยมว่า ถ้าใครชนะเลือกตั้งก็จะทำอะไรก็ได้ รวมถึงละเมิดสิทธิเสียงส่วนน้อยด้วย โดยศัตรูของ ‘ประชาธิปไตย’ ในประเทศไทยที่ผ่านมาจนถึงในปัจจุบัน คือความฉลาดแกมโกง ของนักการเมืองบางกลุ่ม ที่ตีความกฎหมายทุกอย่างให้เข้าข้างตนเอง โดยไม่สนใจถึงความถูกต้อง และ ‘ระบอบประชาธิปไตย’ ของไทยเริ่มดิ่งลงเหวอีกครั้ง เมื่อมีการซื้อเสียงเพื่อได้อำนาจมาและใช้ประชานิยมให้กลุ่มของตนสามารถกำหนดชีวิตคนไทยได้ทั้งหมด ซึ่งเป็นที่มาของความขัดแย้งอย่างรุนแรงในระยะสิบปีที่ผ่านมา สรุปแล้ว ‘การปกครองระบอบประชาธิปไตย’ ไม่ได้เป็นปัญหาสำหรับประเทศไทย แต่การนำมาใช้ในต่างหากซึ่งนำมาสู่ภาวะอันเหลวแหลกของบ้านเมือง จนกระทั่งนำมาสู่สภาวการณ์ปัจจุบัน ซึ่งทุกฝ่ายต้องออกมาหาทาง ‘ปฏิรูป’ ร่วมกันมองอย่างรอบด้านจริงจัง เน้นความสงบสุขของปวงชน เพราะฉะนั้น ประชาธิปไตยแบบไทย จึงต้องกลับมาเริ่มนับหนึ่งใหม่อีกครั้ง สิ่งสำคัญ คือ ต้องกลับไปยกระดับการศึกษา พร้อมสร้างจิตสำนึกของคนไทยอย่างกว้างขวาง
Read More
หลักการสำคัญของประชาธิปไตยที่จะพาประเทศก้าวหน้า

หลักการสำคัญของประชาธิปไตยที่จะพาประเทศก้าวหน้า

ระบบการปกครองระบอบประชาธิปไตยนั้น คือการที่ปกครองโดยอำนาจของคนในประเทศ ทุกคนจะมีสิทธิเสรีภาพในการตัดสินใจ มีความเท่าเทียมกันในด้านการเลือกตั้ง การรักษาพยาบาล และการศึกษา รวมถึงการดำเนินธุรกิจหรืออาชีพเลี้ยงตนเอง ตัวแทนที่จะเข้ามาบริหารประเทศนั้นจะต้องมาจากการเลือกตั้งของประชาชนเพราะคนที่เข้ามาเป็นตัวแทนนั้นจะต้องเป็นตัวแทนของประชาชนที่เข้ามาบริหารประเทศ เพื่อประโยชน์ส่วนรวมของคนในชาติ และประชาชนทุกคนสามารถตรวจสอบผู้แทนเหล่านั้นได้โดยไม่มีเงื่อนไข หลักการที่สำคัญของประชาธิปไตยที่ทุกคนต้องรู้ อำนาจแห่งประชาธิปไตยเป็นของประชาชนทุกคน ดังนั้นประชาชนทุกคนมีสิทธิเสรีภาพ ที่จะเลือกตัวแทนเข้ามาให้บริหารประเทศ และทำหน้าที่แทนตนเอง สิทธิเสรีภาพ เป็นหัวใจสำคัญของการปกครองระบอบประชาธิปไตย สิทธิต่างๆ ที่ทุกคนสามารถทำอะไรก็ได้แต่ต้องไม่ละเมิดสิทธิของผู้อื่น ความเสมอภาค ในระบอบประชาธิปไตย ประชาชนทุกคนมีความเสมอภาคกัน ทุกคนมีสิทธิที่จะลงคะแนนเสียงได้คนละ 1 เสียงเท่ากัน หลักนิติธรรม เป็นการใช้กฎหมายเข้ามาบริหารประเทศได้ประเทศนั้นเกิดความเป็นระบบ ระเบียบในการอยู่ร่วมกันของประชาชน ซึ่งทุกคนต้องอยู่ภายใต้กฎหมายไม่เว้นแต่พระมหากษัตริย์ก็ต้องอยู่ภายใต้กฎหมายเช่นเดียวกัน ค่านิยมของความเป็นประชาธิปไตย ซึ่งเป็นค่านิยมจากการถูกอบรม ไม่ว่าจะเป็นภายในครอบครัว สถานศึกษา และภายในสังคม ให้ประชาชนทุกคนมีความเชื่อมั่นในกระบวนการของการปกครอง และทำให้คนอื่นที่มองเข้ามานั้นเห็นถึงความเสมอภาคของคนภายในประเทศ ความอดทนอดกลั้น ใจกว้างและมีน้ำใจนักกีฬาในสังคม เนื่องจากภายในประเทศนั้นมีระบบการปกครองแบบประชาธิปไตย ซึ่งทุกคนต้องยอมรับในข้อแตกต่างของเชื้อชาติ ศาสนา และภาษา รวมถึงขนบประเพณีไทย เปิดกว้างในการยอมรับความคิดเห็นจากคนอื่น หากจะต้องเจอกับอะไรที่ขัดใจกับตนเองรู้จักสำรวมกิริยาเพื่อการอยู่ร่วมกันในสังคมไม่ให้มีปัญหา ระบบการปกครองของประชาธิปไตย ถือว่าเป็นกรรมวิธีที่จะทำให้เป้าหมายด้านการเมือง เป็นเป้าหมายที่อยู่สูงที่สุด ซึ่งเป้าหมายและกรรมวิธีต้องไปด้วยกัน คือการที่จะเดินทางไปถึงเป้าหมายนั้นคุณต้องใช้วิธีที่ถูกต้องและเป็นที่ยอมรับของคนในประเทศ อย่าทำลายกระบวนความถูกต้องโดยการวิธีการในการลบในการดำเนินงาน เพราะถึงแม้ว่าผลประโยชน์จะตกแก่ประชาชน แต่มักจะไม่ได้การยอมรับจากภายนอกที่มองเข้ามาภายในประเทศ ทำให้ประเทศโดนดูหมิ่นจากการกระทำที่ผิดๆ อีกด้วย ผู้ดำรงตำแหน่งบริหารระดับสูงไม่ว่าจะเป็นด้านนิติบัญญัติหรือด้านบริหาร คุณต้องพึงระลึกไว้ว่าตนเองนั้นเป็นตัวแทนของประชาชนทั้งหลาย ดังนั้นการที่จะกระทำอะไรก็แล้วแต่ ต้องทำให้เกิดประโยชน์สูงสุดแก่ประชาชน ไม่ใช่ตนเอง การบริหารต้องอยู่ภายใต้ความถูกต้องและเหมาะสม เพื่อสร้างความเชื่อถือให้กับประชาชนที่เลือกให้ท่านมาบริหารประเทศ การบริหารบ้านเมืองต้องมีหลักธรรมาภิบาล ซึ่งหมายถึงความโปร่งใส ขาวสะอาด สามารถตรวจสอบได้ มีความรับผิดชอบกับสิ่งที่ได้รับมอบหมายและทำออกมาให้ดีที่สุด
Read More
ประชาธิปไตย ระบบความปกครองของชาติไทย

ประชาธิปไตย ระบบความปกครองของชาติไทย

การปกครอบในระบบประชาธิปไตยอยู่กับสังคมไทยมาอย่างช้านาน เป็นการปกครองแบบที่ใช้อำนาจเสียงข้างมากที่มาจากประชาชน ไม่ว่าจะเป็นการเลือกตั้ง หรือลงนามเพื่อจะทำกิจกรรมอย่างใดอย่างหนึ่ง โดยประชาชนนั้นมีสิทธิต่างๆ ในการตัดสินใจระบบนี้ทำให้ประชาชนนั้นอยู่ร่วมกันอย่างมีระเบียบวินัย เพราะต้องยอมรับให้ผลข้างมากที่ออกมาก ประชาธิปไตยเริ่มแรกนั้นเกิดขึ้นจากยุคสมัยกรีกโบราณซึ่งเรียกว่าเป็นประชาธิปไตยทางตรง ที่ทุกคนในชาติล้วนมีสิทธิเข้ารวมการออกเสียงในการเลือกตั้งผู้นำ ซึ่งจะมีตำแหน่งที่ไล่ระดับลงมา จากตัวแทนประเทศ ตัวแทนจังหวัด ตัวแทนอำเภอ ตัวแทนตำบล จนมาถึงตัวแทนหมู่บ้านนั่นเอง ถึงแม้ว่าในสังคมปัจจุบันนั้นอาจจะยังไม่มีคำนิยามที่จะบ่งบอกถึงลักษณะของระบบปกครองแบบประชาธิปไตยแบบโดยตรง แต่หลายๆ คนก็ไม่สามารถปฏิเสธได้เลยว่า ระบบนี้ทำให้คนทุกคนมีความเสมอภาคกันในอิสรภาพด้านของการตัดสินใจ ทำให้ทุกคนในชาติมีสิทธิที่เท่าเทียมกันในการเข้าถึงกฎหมาย หลักความสำคัญของการปกครองระบบประชาธิปไตย ความเสมอภาค ทุกคนมีสิทธิในการออกเสียงด้านการเมืองอย่างเท่าเทียมกัน ในเศรษฐกิจประชาชนทุกคนจะไม่ถูกกีดกันในเรื่องของการดำรงอาชีพ ทุกคนสามารถมีสิทธิที่จะศึกษาสูงเท่าไรก็ได้ ได้รับการรักษาพยาบาลเทียบเท่ากันทุกคน สิทธิและหน้าที่ประชาชนที่อยู่ในการปกครองระบบประชาธิปไตย สิทธิ คืออำนาจ และประโยชน์ที่ทุกคนจะได้รับอย่างเท่าเทียมกันโดยชอบธรรมภายใต้ที่กฎหมายกำหนด เสรีภาพ คืออิสระที่จะทำการอะไร ที่ไม่ละเมิดสิทธิของผู้อื่นตามที่กฎหมายกำหนด หน้าที่ คือสิ่งที่ทุกคนภายในชาติต้องปฏิบัติไม่ว่าจะเป็น การใช้สิทธิของตัวเอง ดูแลระบบกฎหมายให้อยู่ในศีลธรรมอันดี ในทางนิติธรรม คือการใช้กฎหมายมาบริหารประเทศเพื่อให้ประชาชนอยู่ร่วมกันอย่างมีระบบระเบียบ บุคคลทุกคนต้องอยู่ภายใต้กฎหมาย ไม่เว้นแต่พระมหากษัตริย์ก็ต้องอยู่ภายใต้กฎหมายเช่นเดียวกัน การใช้เหตุผล คือการที่ให้เหตุผลมาปกครองและบริหารประเทศ ยอมรับในเสียงข้างมากที่เกิดขึ้น และต้องเคารพในส่วนของสิทธิเสรีภาพคนเสียงข้างน้อยด้วย เพราะประชาชนทุกคนมีสิทธิที่จะตัดสินใจแบบเสรีภาพและทุกคนย่อมมีเหตุผลของตนเองเสมอ ผลเสียหากเราไม่ใช้สิทธิหรือเสียงในการเลือกตั้ง ประเทศจะขาดการตรวจสอบผู้แทนจากเสียงประชาชน ได้ตัวแทนประชาชนที่ไม่ดีมาบริหารประเทศ ทำให้ประเทศชาติล่มจม การทำงานได้ด้านนิติบัญญัตินั้นจะไม่มีประสิทธิภาพ ทำให้ประเทศชาติไม่พัฒนา เพราะผลประโยชน์จะตกอยู่แต่กับตัวแทนที่เข้ามาบริหารประเทศ ไม่ถึงประชาชน เกิดการฉ้อโกง เพราะขาดการตรวจสอบจากประชาชน หรือองค์กรอิสระ
Read More
ประเทศที่ได้ชื่อว่ามีระบอบประชาธิปไตยแข็งแกร่งที่่สุด 2017

ประเทศที่ได้ชื่อว่ามีระบอบประชาธิปไตยแข็งแกร่งที่่สุด 2017

กับคำถาม ‘ประเทศในโลกมีระบอบประชาธิปไตยแข็งแกร่งที่่สุด’ ทำให้หลายๆคนอาจมีคำตอบอยู่ในใจ ได้แก่ ‘ประเทศสหรัฐอเมริกา’ เนื่องจากมีความเชื่อว่า ‘ประเทศสหรัฐอเมริกา’ เป็นดินแดนแห่งเสรีภาพ อีกทั้งยังเป็นสถานที่ตั้งของ “เทพีแห่งสันติภาพ” อีกทั้งยังมีการส่งเสริม “ประชาธิปไตย” อย่างเข้มข้น โดยมุ่งเน้นไปในเรื่องของ “สิทธิ” กับ “เสรีภาพ” ของพลเมืองเป็นหลัก มีการเลือกตั้งมากมาย และมีการเลือกขนาดใหญ่ นั่นคือ การเลือกตั้งผู้นำประเทศ อย่าง “ประธานาธิบดี” นั่นเอง แต่ความจริงแล้วได้มีการจัดทำตัวบ่งชี้ ซึ่งเรียกว่า ‘ดัชนีประชาธิปไตย’ จากหน่วยข่าวกรองเศรษฐศาสตร์ของประเทศต่างๆ ทั่วโลก จำนวน 167 ประเทศ โดยประกอบด้วย 166 รัฐอธิปไตยและ เป็นสมาชิกขององค์การสหประชาชาติ ดัชนีนี้ ได้มาจากตัวชี้วัด 60 ชนิดจาก 5 กลุ่มหลัก ได้แก่ กระบวนการเลือกตั้ง , พหุนิยม, เสรีภาพ, การทำงานของรัฐบาล, การมีส่วนร่วมทางการเมือง และวัฒนธรรมทางการเมือง การวัดค่าดัชนีนี้เกิดขึ้นเป็นครั้งแรกในปี ค.ศ.  2006 และมีการอัพเดทข้อมูลเรื่อยมา ผลสำรวจแสดงให้เห็นว่าปี 2016 มีประเทศที่คะแนนทางด้านประชาธิปไตยถอยลงถึง 72 ประเทศ ส่งผลให้สัดส่วนระบบเสื่อมภายในถอยลง มากกว่าประเทศซึ่งมีระบบมั่นคงขึ้นถึง 2 ต่อ 1 นอกจากนี้ ผลรวมยังบอกอีกด้วยว่ามีประชากรบนโลกน้อยกว่าครึ่ง คิดเป็นจำนวน 49% ได้อยู่กับประชาธิปไตยอย่างแท้จริง ส่วนประชากรที่ได้อยู่ในระบบประชาธิปไตยเต็มรูปแบบ มีเพียง 4.5% เท่านั้น ตกต่ำลงจากปี 2011 ซึ่งยังมีเกือบ 9% ส่วนภูมิภาคอันได้คะแนนต่ำสุด คือยุโรปตะวันออก โดยการพิจารณาคะแนน ดูจากกระบวนการเลือกตั้งและพหุนิยม, หน้าที่ของรัฐบาล, การมีส่วนร่วมทางการเมืองของประชาชน, วัฒนธรรมทางการเมือง รวมทั้งเสรีภาพพลเมืองจาก 167 ประเทศทั่วโลก โดยรวมคะแนนเฉลี่ยตกลง จากปี 2015 ด้วยคะแนน 5.55 กลายเป็น 5.52 ในปี 2016 จากคะแนนเต็ม 10 คะแนน ประเทศใดมีระบอบประชาธิปไตยแข็งแกร่งที่่สุด นอร์เวย์ ยังคงเป็นประเทศซึ่งมีระบอบประชาธิปไตยอย่างหนักแน่นที่สุดในปี 2016 หลังจากสามารถแซงหน้าเดนมาร์กมาได้ พร้อมคว้าแชมป์ประเทศมีความสุขที่สุดในโลกอีกด้วย จากการจัดอันดับของ UN ในเดือนมีนาคม ส่วนประเทศไทยอยู่อันดับ 100 จาก 167 ประเทศ จัดเป็นประเทศซึ่งอยู่ในกลุ่ม ‘ประเทศที่มีการปกครองแบบผสม’ คือ ผสมระหว่างประชาธิปไตยกับเผด็จการ ก็ตกลงมา 2 อันดับจากปี 2015 อยู่ที่ 98 โดยคะแนนส่วนฉุดให้ต่ำลงคือ หน้าที่ของรัฐบาล , วัฒนธรรมทางการเมือง ส่วนคะแนนต่ำสุด คือ…
Read More
ข้อดี ข้อเสียของระบอบประชาธิปไตย

ข้อดี ข้อเสียของระบอบประชาธิปไตย

มาทำความรู้จักกับระบอบประชาธิปไตยแบบง่ายๆกันก่อนดีกว่า การปกครองระบอบประชาธิปไตย มีจุดเด่นอยู่ที่การแข่งขันอย่างเสรี ระหว่างกลุ่มหรือพรรคการเมืองต่าง ๆ ทั้งนี้มีจุดประสงค์เพื่อให้ได้รับความไว้วางใจจากประชาชนส่วนใหญ่ของประเทศ เพื่อให้พรรคของตนได้มีโอกาสในการออกไปทำหน้าที่จัดตั้งรัฐบาล เพื่อบริหารประเทศให้เป็นไปตามนโยบายที่พรรคการเมืองนั้น ได้เสนอไว้ให้แก่ประชาชนระหว่างการหาเสียง โครงสร้างของการปกครองระบอบประชาธิปไตย การปกครองระบอบประชาธิปไตย ยึดถือรัฐธรรมนูญเป็นกฎหมายสูงสุด ใช้รัฐธรรมนูญเป็นตัวกำหนดโครงสร้าง , กำหนดความสัมพันธ์ระหว่างสถาบันการเมืองการปกครอง เข้ากับขอบเขตอำนาจที่มาจากสถาบันต่าง ๆ อีกทั้งรัฐธรรมนูญยังต้องมีการบัญญัติสิทธิมนุษยชนของประชาชนไว้อย่างชัดเจน การปกครองระบอบประชาธิปไตย สามารถแบ่งออกเป็น 2 รูปแบบ ได้แก่… ระบอบประชาธิปไตยแบบที่มีพระมหากษัตริย์ทรงเป็นประมุข ยกตัวอย่างเช่น ประเทศอังกฤษ , เนเธอร์แลนด์ , เบลเยียม , เดนมาร์ก , นอร์เวย์ , สวีเดน , ไทย , ญี่ปุ่น , มาเลเซีย เป็นต้น ระบอบประชาธิปไตยแบบที่ประธานาธิบดีเป็นประมุขซึ่งมาจากการเลือกตั้ง เช่น ประเทศฝรั่งเศส , ฟิลิปปินส์ , สหรัฐอเมริกา เป็นต้น ทุกๆระบบการปกครองย่อมมีข้อดี – ข้อเสีย ที่แตกต่างกันไป ขึ้นอยู่กับว่าระบบนั้นสามารถตอบสนองความต้องการของคนในชาติได้หรือไม่ และสามารถทำให้ประเทศมีการพัฒนาอย่างยั่งยืนได้ไหม นั่นเอง ข้อดีของระบอบประชาธิปไตย เปิดโอกาสให้ประชาชนข้างมากดำเนินการปกครอง โดยมีประชาชนข้างน้อยค้านอำนาจ คือ มีสิทธิคัดค้านการปกครองของฝ่ายข้างมาก เพื่อให้เกิดความสมดุล เปิดโอกาสให้ประชาชนทุกคนมีสิทธิ – เสรีภาพได้อย่างเท่าเทียมเสมอภาคกัน ทุกคน ทุกเพศ จัดเป็นกฎหมายซึ่งเป็นมาตรฐาน ที่ใช้ในการดำเนินการปกครอง จากการใช้กฎหมายบังคับแก่ทุกคน โดยไม่สนใจว่าจะเป็นคนรวยหรือยากจน ช่วยระงับความขัดแย้งระหว่างรัฐบาลกับประชาชน รวมทั้งระหว่างประชาชนด้วยกันเองจากการใช้สันติวิธี โดยมีศาลเป็นผู้พิพากษาตัดสินคดีความต่างๆ อย่างยุติธรรม ให้เป็นไปตามครรลองของกฎหมาย ช่วยให้ประชาชนทุกคนอยู่ร่วมกันได้อย่างสันติ โดยมีกฎหมายเป็นกรอบความประพฤติทุกคนในชาติ ข้อเสียของระบอบประชาธิปไตย เกิดความล่าช้าในการตัดสินใจต่างๆ เนื่องจากต้องผ่านขั้นตอนมากมาย เช่น เกิดการแก้ไขปรับปรุงให้การบังคับใช้เป็นไปตามกฎหมาย เป็นต้น ต้องเสียค่าใช้จ่ายในการดำเนินการปกครองมาก เช่น การเลือกตั้งสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร , การเลือกสมาชิกวุฒิสภา หรือแม้กระทั่งการเลือกตั้งประธานาธิบดีก็ตาม แต่ละครั้งต้องใช้งบประมาณจำนวนมาก อาจนำประเทศไปสู่ความวุ่นวายได้ เพราะถ้าประชาชนส่วนใหญ่ในประเทศ ไม่รู้จักใช้สิทธิเสรีภาพของตน ให้อยู่ภายในกรอบของกฎหมายก็อาจทำให้ประเทศเจริญช้าลง หรือไม่ส่งผลให้เกิดความเจริญใดๆเลย ไม่เหมาะกับประเทศยากจนและประชาชนด้อยการศึกษา เพราะถ้าประชาชนส่วนใหญ่ในประเทศ ยังคงยากจนและไร้การศึกษา ทำให้ประชาชนส่วนใหญ่ยังไม่เกิดความพร้อมที่จะปกครองตนเองในระบอบประชาธิปไตย
Read More
การปกครองแบบประชาธิปไตยอย่างเป็นระบบ

การปกครองแบบประชาธิปไตยอย่างเป็นระบบ

การปกครองแบบประชาธิปไตย ภาษาอังกฤษเรียกว่า Democracy คือ ระบบการปกครองซึ่งให้ประชาชนทุกคนเป็นใหญ่ เป็นรูปการปกครองซึ่งยึดถืออำนาจอธิปไตยเป็นของปวงชนนั่นเอง ประเทศที่เป็นประชาธิปไตยต้องมีรัฐธรรมนูญ เนื่องจากรัฐธรรมนูญเป็นกฎหมายหลัก ซึ่งใช้กำหนดแนวทาง ในการที่รัฐจะใช้อำนาจปกครองประชาชน รวมทั้งมีหลักการจัดระเบียบการปกครอง แต่อย่างไรก็ตามรัฐธรรมนูญก็ยังไม่ใช่เครื่องหมายแสดงถึงความเป็นประชาธิปไตย เนื่องจากประเทศที่ปกครองด้วยระบอบเสด็จการก็มีรัฐธรรมนูญเช่นเดียวกัน แต่การที่จะพิจารณาว่าประเทศไหนเป็นประชาธิปไตยแท้จริงหรือไม่ ต้องดูว่ารัฐธรรมนูญของประเทศนั้นให้ประชาชนเป็นเจ้าของอำนาจอธิปไตยไหม โดยลักษณะที่สำคัญของการปกครองแบบประชาธิปไตย พิจารณาได้จาก 3 สิ่ง คือ รัฐบาล , การเลือกตั้งและการปกครองจากเสียงข้างมาก รัฐบาลในระบอบประชาธิปไตย ต้องมีลักษณะเป็น ‘รัฐบาลของประชาชน โดยประชาชน เพื่อประชาชน’ ซึ่งเป็นคำพูดของ Abraham Lincoln อดีตประธานาธิบดีของสหรัฐฯ - รัฐบาลของประชาชน คือ รัฐบาลจะต้องมาจากการเลือกตั้งของประชาชน รวมทั้งประชาชนสามารถเปลี่ยนแปลงผู้ปกครองได้โดยการไปลงคะแนนเสียงเลือกตั้ง - รัฐบาลโดยประชาชน คือ ประชาชนทุกคนมีสิทธิเป็นผู้ปกครองได้ ถ้าได้รับเสียงสนับสนุนจากประชาชนส่วนใหญ่ของประเทศ - รัฐบาลเพื่อประชาชน คือ รัฐบาลจะต้องมีจุดประสงค์ในการบริหารประเทศ คือ เพื่อความสุขของประชาชน อีกทั้งต้องมีการกำหนดวาระในการดำรงตำแหน่ง  เพื่อจะได้เป็นที่ยึดเหนี่ยวว่าผู้ปกครองจะต้องปกครองเพื่อประชาชนอย่างแท้จริง เพราะถ้ามีการเปลี่ยนแปลงจากจุดหมายนี้ ประชาชนก็จะมีโอกาสเปลี่ยนผู้ปกครองผ่านทางการเลือกตั้งนั่นเอง การเลือกตั้ง ประชาธิปไตยจำเป็นต้องมีการเลือกตั้ง เพื่อเปิดโอกาสให้บุคคลเสนอตัวเข้ารับใช้ส่วนรวม และเปิดโอกาสให้ประชาชนได้ใช้สิทธิในการเลือกบุคคลที่ตนต้องการ แต่การมีสิทธิเลือกตั้งอย่างเดียวก็ยังไม่เพียงพอ คือ ต้องมีหลักประกันในการใช้สิทธิด้วยว่า ประชาชนสามารถใช้สิทธิเต็มที่ คือ ต้องมีการลงคะแนนแบบลับๆ การปกครองโดยเสียงข้างมาก การปกครองโดยเสียงข้างมาก คือ การบุคคลหลายบุคคลรวมตัวกันขึ้นเป็นรัฐบาล ถ้าไม่ได้รับเลือกตั้งจากประชาชนโดยตรงแล้ว ก็ต้องเป็นกลุ่มซึ่งได้รับการยอมรับจากเสียงข้างมาก ของผู้แทนที่ได้รับการเลือกตั้งเข้ามา จากการออกกฎหมาย , การวินิจฉัยปัญหา รวมทั้งการตัดสินใจในเรื่องต่างๆ ก็ต้องเป็นไปตามความเห็นชอบของเสียงข้างมาก แต่อย่างไรก็ตามระบอบประชาธิปไตย ไม่ได้หมายความถึงการยึดหลักเสียงข้างมากเท่านั้น แต่จำเป็นต้องมีหลักประกันสำหรับเสียงข้างน้อยด้วย แปลว่า สิทธิขั้นพื้นฐานของเสียงข้างน้อยก็ต้องได้รับการเคารพ เป็นที่สนใจ เช่นเดียวกัน เนื่องจากเป็นการป้องกันการละเมิดหรือก้าวก่ายสิทธิของเสียงข้างน้อย พูดง่ายๆก็คือเป็นการใช้กฎหมู่นั่นเอง โดยความคิดเห็นที่ตกเป็นเสียงข้างน้อยนั้น ไม่ได้แปลว่าจะต้องสูญหายไปอย่างสิ้นเชิง แต่อาจจะกลับมาได้รับการยอมรับในโอกาสต่อไปก็เป็นได้
Read More
การดำเนินชีวิตตามวิถีของประชาธิปไตย

การดำเนินชีวิตตามวิถีของประชาธิปไตย

การดำเนินชีวิตตามวิถีประชาธิปไตย หรือการจะเป็นพลเมืองดีตามระบอบวิถีประชาธิปไตยนั้น ก่อนอื่นประชาชนจำเป็นต้อง มีความเข้าใจเสียก่อน จึงจะมีวิถีชีวิตระบอบประชาธิปไตยอย่างแท้จริงได้ โดยประชากรจะต้องอยู่ร่วมกันอย่างมีสันติภาพ , สันติสุข , เสรีภาพ ประชาชนทุกคนในสังคมจะต้องเต็มไปด้วยความสุข , ปลอดภัย รวมทั้งมีอิสระที่จะกระทำการใดๆตามต้องการ แต่ต้องอยู่ภายใต้ขอบเขตของกฎหมาย สำคัญ คือ ต้องไม่ล่วงละเมิดสิทธิ - เสรีภาพของผู้อื่น โดยประชาชนจะต้องทำความเข้าใจในลักษณะของประชาธิปไตยเสียก่อน ซึ่งมี 3 ลักษณะ ได้แก่… ประชาธิปไตยตามแบบอุดมคติ หมายถึง การมีศรัทธาอย่างแรงกล้า , มีความเชื่อมั่นในเหตุผล , มีความสามารถ , มีความเชื่อมั่นในอิสรภาพและเสรีภาพของมนุษย์ ประชาธิปไตยตามแบบระบบการเมือง รวมทั้งวิธีการจัดระเบียบการปกครอง หมายถึง ระบบการเมืองซึ่งถือว่าอำนาจสูงสุดเป็นของประชาชน เป็นการปกครองของประชาชน โดยประชาชน เพื่อประชาชน ประชาธิปไตยในแบบวีถีชีวิต หรือการดำเนินชีวิตประจำวัน คือ การอยู่รวมกันรวมทั้งปฏิบัติตัวต่อกันด้วยความเสมอภาค โดยเคารพในสิทธิและเสรีภาพของประชาชนทุกคน ทำตามชอบแต่ต้องไม่ก้าวก่ายในสิทธิของผู้อื่น มีการเคารพกฎเกณฑ์ของสังคม ร่วมกันรับผิดชอบตลอดจนทำประโยชน์เพื่อส่วนรวม ใช้สติปัญญาในการแก้ปัญหาอย่างสันติวิธี ความหมายของประชาธิปไตย ประชาธิปไตย มาจาก 2 คำรวมกัน ได้แก่ ประชา+อธิปไตย คำเรียกในภาษาอังกฤษคือ Democracy โดยมีที่มาจากคำภาษากรีกว่า Demukratia มาจากคำ 2 คำ เช่นเดียวกัน ได้แก่ demos (ประชาชน) กับ Cratos (การปกครอง) เพราะฉะนั้นแล้ว ประชาธิปไตย จึงหมายถึง ประชาชนปกครอง หรือการปกครองโดยประชาชน นั่นเอง สรุปได้ว่า ประชาธิปไตย สามารถแบ่งความหมายออกเป็นสองนัย ได้แก่ ประชาธิปไตยของการดำรงชีวิต ร่วมกันของสมาชิกในสังคม คือ รูปแบบของพฤติกรรมมนุษย์ซึ่งสอดคล้องเข้ากันกับหลักการของประชาธิปไตย และความหมายทางการปกครองในสังคม คือ การปกครองที่ประชาชนมีอำนาจรวมทั้งมีส่วนร่วมอย่างเต็มที่ในการปกครองตนเอง จากการกำหนดนโยบายในการปกครองประเทศ ซึ่งมีการคำนึงถึงประโยชน์ของประชาชนส่วนรวมเป็นหลัก ลักษณะสังคมประชาธิปไตย สังคมแบบประชาธิปไตยประชาชนต้องปฏิบัติต่อกัน ดังนี้ มีความเคารพในสิทธิและเสรีภาพส่วนบุคคล ตามขอบเขตของกฎหมาย มีการใช้หลักเหตุ - ผลในการตัดสินปัญหาหรือข้อขัดแย้งต่างๆในสังคม เคารพตามกฎ-กติกาของสังคม เพื่อเป็นการรักษาความสงบสุข รวมทั้งความเป็นระเบียบเรียบร้อยในสังคม เข้าไปมีส่วนร่วมในกิจกรรมของส่วนรวม มีน้ำใจแบบประชาธิปไตย คือ เป็นคนใจกว้าง ยอมรับฟังความคิดเห็นของผู้อื่น แล้วนำมาตรึกตรอง และต้องเห็นแก่ประโยชน์ส่วนรวมมากกว่าส่วนตน ยึดมั่นตามหลักของความยุติธรรม รวมทั้งการปฏิบัติต่อเพื่อนมนุษย์อย่างสม่ำเสมอภาค โดยไม่สนฐานะ หรือยศถาบรรดาศักดิ์ , จนกระทั่งเกิดความเท่าเทียมกันของสมาชิกทุกคนในสังคมอย่างแท้จริง
Read More
ความรับผิดชอบในประชาธิปไตยในอูลานบาตอร์

ความรับผิดชอบในประชาธิปไตยในอูลานบาตอร์

การร่วมมือกับเทศบาลเมืองอูลานบาตอร์การประชุมเชิงปฏิบัติการครั้งนี้เป็นการอบรมครั้งแรกเกี่ยวกับการประเมินประชาธิปไตยของพลเมืองที่นำโดย IDEAในปี 2016 เมื่อรัฐบาลท้องถิ่นอูลานบาตอร์ได้เปิดตัว "ซูเปอร์มาร์เก็ตแบบครบวงจร" ร้านบริการเหล่านี้ตั้งอยู่ในที่เดียวอนุญาตให้ประชาชนสามารถเข้าถึงบริการสาธารณะใด ๆ ของ 280 แห่งที่ให้บริการเพื่อสอบถามข้อมูลให้ข้อเสนอแนะและยื่นเรื่องร้องเรียน "ซูเปอร์มาร์เก็ตแห่งการบริการ" นี้สะท้อนให้เห็นถึงความพยายามอย่างต่อเนื่องของรัฐบาลท้องถิ่นในการสร้างแนวทางประชาธิปไตยแบบ bottom-up ขึ้นโดยการปรับปรุงการให้บริการในระดับท้องถิ่นและรวบรวมข้อมูลจากผู้ใช้บริการเพื่อแจ้งวาระการปฏิรูปทางการเมืองและการพัฒนาที่เกี่ยวข้อง มองโกเลียไม่ใช่เรื่องใหม่ในการประเมินคุณภาพประชาธิปไตยของตนเอง มองโกเลียได้ดำเนินการประเมินความมั่นคงของรัฐทั้งสี่ (SoD) และอันที่จริงประเทศแรกในการจัดตั้ง SoD เป็นส่วนสำคัญของกระบวนการประเมินผลแบบประชาธิปไตยที่กำลังดำเนินอยู่ เรื่องนี้กลายเป็นเรื่องที่ผ่านกระบวนการประเมินเป้าหมายการพัฒนาประเทศมองโกเลียมิลเลนเนียม 9 (MDG 9) เกี่ยวกับการปกครองระบอบประชาธิปไตยและสิทธิมนุษยชน อย่างไรก็ตามแม้จะมีการเปลี่ยนแปลงและการปฏิรูปที่เกิดจากการประเมิน SoD ของมองโกเลียกลไกด้านความรับผิดชอบในการให้บริการยังคงอ่อนแอ ในการประเมินรายงานแสดงความคิดเห็นที่ไม่ดีเกี่ยวกับหลักการประชาธิปไตยที่ผู้ถูกตอบแบบสอบถามเช่นความรับผิดชอบการตอบสนองความรับผิดชอบและกฎหมายและความยุติธรรมถูกยึดถือในมองโกเลีย ในอูลานบาตอร์โดยเฉพาะอย่างยิ่งที่เกือบครึ่งหนึ่งของประชากร (46%) อาศัยอยู่ความไม่เท่าเทียมกันเพิ่มขึ้นได้สร้างสถานการณ์ที่หลายคนขึ้นอยู่กับสวัสดิการสังคม ปัจจุบันระบบสวัสดิการสังคมเป็นสถาบันที่ใหญ่ที่สุดในประเทศมองโกเลีย ในอูลานบาตอร์เพียงอย่างเดียวหนึ่งในสามของงบประมาณของรัฐบาลท้องถิ่นจะได้รับสวัสดิการทางสังคม โครงการนี้จึงมุ่งที่จะประเมินความรับผิดชอบในระบอบประชาธิปไตยของบริการสวัสดิการสังคมโดยเฉพาะอย่างยิ่งกับกลุ่มที่ด้อยโอกาสเช่นผู้สูงอายุเยาวชนและสตรี ภายใต้การนำของ Ulaanbaatar นายกเทศมนตรีเอส Batbold ออกกำลังกายการประเมินผลนี้ตอบสนองต่อแผนปฏิบัติการสี่ปีของเทศบาล 2016-2020 ที่จะมีส่วนร่วมกับประชาชนในกระบวนการทางการเมืองในท้องถิ่นและปรับปรุงการปกครองระบอบประชาธิปไตย การประชุมเชิงปฏิบัติการร่วมกับสมาชิกในทีมประเมินเกี่ยวกับการทำแผนที่บริการโดยกล่าวถึงกลไกการรับผิดชอบที่เป็นทางการและไม่เป็นทางการซึ่งมีอยู่ในสถานที่และจัดทำแผนสำหรับการประเมินผล การประเมินคาดว่าจะระบุช่องว่างในกระบวนการความรับผิดชอบในอูลานบาตอร์; การตอบสนองและการตอบสนองต่อรัฐบาลและผู้ให้บริการรายอื่น ๆ เป็นอย่างไรและกลไกด้านความรับผิดชอบมีประสิทธิภาพเพียงพอหรือไม่ การประยุกต์ใช้ระเบียบวิธีนี้ในการจัดสวัสดิการสังคมเป็นโครงการนำร่องของเทศบาลในขณะที่พวกเขาวางแผนที่จะใช้และใช้วิธีการและเครื่องมือในการประเมินบริการสาธารณะอื่น ๆ สถาบันและองค์กรต่างๆเข้าร่วมการประชุมเชิงปฏิบัติการครั้งนี้ ได้แก่ สำนักบริหารราชการแผ่นดินกรมสวัสดิการสังคมและศูนย์บริการจัดส่งทุนของเทศบาลเมืองอูลานบาตอร์ สถาบันการกำกับดูแลกิจการแห่งชาติ, เลขาธิการคณะรัฐมนตรีของรัฐบาลมองโกเลีย สถาบันปรัชญาวิทยาศาสตร์มองโกเลีย มหาวิทยาลัยการศึกษามองโกเลีย CSOs: ความโปร่งใสระหว่างประเทศ (มองโกเลีย), ขั้นตอนที่ปราศจากพรมแดน, ความริเริ่มในการบริหารและความโปร่งใสกองทุน
Read More
การเสริมสร้างประชาธิปไตยในท้องถิ่น

การเสริมสร้างประชาธิปไตยในท้องถิ่น

ประชาธิปไตยกลายเป็นความต้องการที่ถูกต้องตามกฎหมายของชุมชนท้องถิ่นทุกแห่งและในโลกปัจจุบันมีการปฏิรูปทางการเมืองและการปกครองที่เพิ่มขึ้นซึ่งมุ่งเน้นไปที่การกระจายอำนาจและการเสริมสร้างการปกครองท้องถิ่น ระบอบประชาธิปไตยในท้องถิ่นที่มีประสิทธิภาพเป็นรากฐานที่สำคัญสำหรับประชาธิปไตยของประเทศที่เข้มแข็งและเข้มแข็ง ชุมชนท้องถิ่นมีความสำคัญต่อระบอบประชาธิปไตย ระดับท้องถิ่นคือที่ซึ่งประชาชนได้ทำความคุ้นเคยกับระบบการเมืองของตนเป็นส่วนหนึ่ง เป็นจุดเริ่มต้นของการมีส่วนร่วมทางการเมืองและการเป็นตัวแทน นอกจากนี้ยังมีความตระหนักเพิ่มมากขึ้นว่าการเลือกตั้งท้องถิ่นและผู้บริหารระดับสูงระดับมืออาชีพไม่สามารถจัดการกับปัญหาทางสังคมและความจำเป็นทางเศรษฐกิจได้โดยไม่ต้องมีส่วนร่วมและมีส่วนร่วมของนักแสดงที่ไม่ใช่รัฐ บทบาทของพลเมืองในการสร้างประชาธิปไตยที่ยั่งยืนในรูปแบบที่รวมกันในระดับท้องถิ่นเป็นสิ่งสำคัญและหน่วยงานท้องถิ่นและองค์กรภาคประชาสังคม (CSOs) เป็นกรอบการทำงานสำหรับการมีส่วนร่วมดังกล่าว หน่วยงานและองค์กรที่รับผิดชอบและมีความรับผิดชอบร่วมกันและองค์กรที่มีทรัพยากรเพียงพอที่มีเจตจำนงเพื่อตอบสนองความต้องการของพลเมืองให้เป็นสภาพแวดล้อมที่เอื้ออำนวยต่อการส่งเสริมระบอบประชาธิปไตยและมีส่วนร่วมในการพัฒนาคุณภาพชีวิตของประชาชนอย่างยั่งยืน ภายใต้บริบทนี้แอนดรูแบรดลีย์และ Melida Jimenez ของ International IDEA ได้เข้าร่วมการอภิปรายเกี่ยวกับการเสริมสร้างประชาธิปไตยในท้องถิ่นโดยการเสริมสร้างพลังอำนาจให้แก่เจ้าหน้าที่ท้องถิ่นที่ฟอรัมความร่วมมือของคณะกรรมาธิการยุโรปพร้อมกับ Charlie Martial Ngounou (Afroleadership), Greg Munro (Commonwealth Local Government Forum) และ Thomas มิลลาร์ (คณะกรรมาธิการยุโรป) เหตุการณ์ดังกล่าวได้รวบรวม CSOs และตัวแทนจากหน่วยงานท้องถิ่นจากหน่วยงานด้านการพัฒนาระหว่างประเทศและการพิทักษ์สิทธิมนุษยชนโดยมีตัวแทนจากสถาบันของสหภาพยุโรปและรัฐสมาชิก ผู้ทรงคุณวุฒิได้กล่าวถึงความสำคัญของหน่วยงานท้องถิ่นและองค์กรพัฒนาเอกชนในการส่งเสริมระบอบประชาธิปไตยแบบมีส่วนร่วมและสร้างความมั่นใจว่าการรวมกลุ่มชายขอบ นอกจากนี้ยังได้มีการสำรวจบทบาทของนักแสดงทั้งภาครัฐและเอกชนที่เพิ่มความรับผิดชอบด้วยเช่นกัน ในที่สุดเซสชั่นยังตรวจสอบโอกาสและความท้าทายในการสร้างความเป็นหุ้นส่วนในท้องถิ่นระหว่างหน่วยงานที่มีอำนาจกำกับดูแลกับองค์กรภาคประชาสังคมเพื่อสร้างความเข้มแข็งให้เกิดประชาธิปไตยในท้องถิ่นที่ช่วยให้การพัฒนาท้องถิ่นมีความยั่งยืน ในระหว่างการแลกเปลี่ยนความเห็นมีประเด็นสำคัญหลายประเด็นที่ยกมา ได้แก่ เจ้าหน้าที่ท้องถิ่นควรสร้างพื้นที่ให้ CSOs มีส่วนร่วมในการกำหนดนโยบายในระดับท้องถิ่นและ CSOs ควรแบ่งปันความรับผิดชอบต่อกิจการชุมชนท้องถิ่นและมีส่วนร่วมในการตัดสินใจในท้องถิ่นผ่านทางการศึกษาและสร้างแคมเปญการรับรู้ งบประมาณท้องถิ่นอาจเป็นจุดเริ่มต้นที่สำคัญในการเสริมสร้างประชาธิปไตยในท้องถิ่น การมีส่วนร่วมในกระบวนการงบประมาณ CSO สามารถตรวจสอบหน่วยงานท้องถิ่นและการให้บริการสาธารณะและสร้างสภาพแวดล้อมที่เอื้ออำนวยต่อการมีส่วนร่วมกับพลเมืองเพื่อให้กระบวนการมีความรับผิดชอบเพิ่มขึ้นรวมและโปร่งใสมากขึ้น บทบาทของเทคโนโลยีการสื่อสารข้อมูลเป็นสื่อกลางในการเผยแพร่ข้อมูลมีความสำคัญต่อการสร้างความเข้มแข็งของระบอบประชาธิปไตยและสนับสนุนการกำกับดูแลที่รับผิดชอบและโปร่งใส ความสำคัญของการจัดทำบทบัญญัติที่เกี่ยวข้องในกฎหมายที่ทำให้ประชาชนมีส่วนร่วมในการกำหนดนโยบายในระดับท้องถิ่น (กลไกข้อเสนอแนะที่ปรึกษา ฯลฯ ) ความจำเป็นในการเพิ่มบทสนทนาและสร้างความร่วมมือที่น่าเชื่อถือระหว่างหน่วยงานท้องถิ่นและองค์กร CSO ส่งเสริมความเข้าใจที่ดีขึ้นเกี่ยวกับระบอบประชาธิปไตยและในระบอบประชาธิปไตยที่มีส่วนร่วม ซึ่งจะช่วยให้การรับรู้ว่าองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นยอมรับว่า CSOs ถือว่าไม่เป็นประชาธิปไตยเนื่องจากข้อเท็จจริงที่ว่าพวกเขาไม่ได้มาจากการเลือกตั้งและไม่ควรเป็นส่วนหนึ่งของกระบวนการออกกฎหมาย ปัจจุบันมีความกระตือรือร้นที่จะแนะนำคำแนะนำที่สำคัญ ๆ ในหัวข้อ ได้แก่ : สหภาพยุโรปควรเพิ่มการสนับสนุน CSOs ในประเทศที่สามเพื่อสร้างขีดความสามารถในการมีส่วนร่วมกับหน่วยงานท้องถิ่นและชุมชนท้องถิ่นเพื่อส่งเสริมการมีส่วนร่วมในการกำหนดนโยบายในระดับท้องถิ่น หน่วยงานท้องถิ่นต้องได้รับการสนับสนุนเพื่อสร้างเครือข่ายและแพลตฟอร์มเพื่อแลกเปลี่ยนแนวทางปฏิบัติที่ดีที่สุดและความรู้ที่มีอยู่ องค์กรระหว่างประเทศควรให้ความสำคัญกับรัฐบาลกลางในการสร้างความตระหนักถึงความสำคัญของการกำหนดนโยบายในระดับท้องถิ่นที่ครอบคลุมโปร่งใสและมีความรับผิดชอบความจำเป็นในการกระจายอำนาจการตัดสินใจและให้อำนาจท้องถิ่นแก่เจ้าหน้าที่ท้องถิ่นด้วยอำนาจและความรับผิดชอบที่แท้จริง เป็นสิ่งสำคัญที่จะสนับสนุนหน่วยงานท้องถิ่นเพื่อตอบสนองความต้องการของชุมชน เพื่อความเป็นประชาธิปไตยในการส่งเสริมความต้องการขั้นพื้นฐานเช่นน้ำที่พักอาศัยโภชนาการและสุขภาพควรได้รับการปฏิบัติ
Read More
การบังคับใช้ในความรับผิดชอบในระบอบประชาธิปไตย

การบังคับใช้ในความรับผิดชอบในระบอบประชาธิปไตย

กระบวนการของความรับผิดชอบในระบอบประชาธิปไตยตามที่กำหนดโดยสามหลักการ answerability , การตอบสนองและการบังคับใช้ บทความนี้สำรวจซอฟต์แวร์ DemocracyOS ซึ่งทำให้เกิดการตรวจสอบและถ่วงดุลในการกำหนดนโยบายในอาร์เจนตินา แสดงให้เห็นว่าพรรคฝ่ายค้านสามารถใช้เทคโนโลยีสารสนเทศและการสื่อสารในการกำหนดบทลงโทษและการให้รางวัลแก่เจ้าหน้าที่ ความรับผิดชอบสามารถกำหนดได้ว่าเป็นภาระหน้าที่ในการพิจารณากิจกรรมของคนใดคนหนึ่งยอมรับความรับผิดชอบและเปิดเผยซึ่งได้ชี้แจงผล การใช้เทคโนโลยีสารสนเทศและการสื่อสาร (ICTs) ในด้านความรับผิดชอบส่วนใหญ่จะเป็นที่รู้จักว่ามีศักยภาพในการตอบสนองความต้องการและตอบสนองต่อความสัมพันธ์กับรัฐบาลโดยการให้หน่วยงานต่างๆมีเวทีในการปรับการปฏิบัติงานหรือเพิ่มความสัมพันธ์ระหว่างผู้มีส่วนได้เสีย อย่างไรก็ตามพรรคการเมืองที่ไม่ได้อยู่นอกที่ทำการทางการเมืองสามารถใช้ไอซีทีเพื่อเพิ่มประสิทธิภาพในการบังคับใช้ได้อย่างมีประสิทธิภาพโดยช่วยให้ประชาชนได้รับการลงโทษและให้รางวัลแก่ผู้นำตลอดระยะเวลาการทำงาน การบังคับใช้หมายถึงเจ้าหน้าที่ต้องเผชิญกับการคว่ำบาตรอย่างเป็นทางการหรือไม่เป็นทางการและผลตอบแทนที่เกี่ยวข้องกับความต้องการที่เป็นที่นิยม ผ่านการเลือกตั้งพลเมืองให้อำนาจหน้าที่ของรัฐในการให้บริการแก่ผู้เลือกตั้งซึ่งคาดหวังว่าจะได้รับคุณภาพชีวิตทางเศรษฐกิจและการเมืองที่ดีขึ้น เมื่อผู้มีอำนาจตัดสินใจล้มเหลวในการปฏิบัติหน้าที่ของพวกเขาไม่พอใจที่นิยมบางครั้งแรงบันดาลใจเรียกร้องให้ประชาชนที่จะนำไปใช้ - หรือมีส่วนร่วมทางการเมืองออนไลน์ การบังคับใช้ทางการเมืองดำเนินการผ่านกลไกของกระบวนการเลือกตั้งที่เป็นอิสระยุติธรรมและถูกต้องตามกฎหมายโดยมีผลสมบูรณ์ซึ่งผลการเลือกตั้งที่เป็นลบทำให้เกิดการคว่ำบาตรและการเลือกตั้งใหม่เป็นผลตอบแทน นอกจากนี้จะมีการเลือกตั้งทั่วไป immediateness ของเทคโนโลยีเช่น DemocracyOS อนุญาตให้ประชาชนที่จะกำหนดบทลงโทษและผลตอบแทนว่าเป็นแนวทางปฏิบัติในชีวิตประจำวัน ซอฟต์แวร์ DemocracyOS เป็นตัวอย่างที่น่าประทับใจสำหรับการเคลื่อนไหวในระดับรากหญ้าที่ใช้วิธีการแบบดิจิทัลเพื่อเร่งกระบวนการบังคับใช้ทางการเมือง เปิดตัวในปี 2012 โดยกลุ่มนักเคลื่อนไหวชาวอาร์เจนตินา DemocracyOS เชิญชวนประชาชนมาหารือและลงมติในเรื่องค่าใช้จ่ายด้านกฎหมาย กระบวนการลงคะแนนเสียงซึ่งในขั้นต้นไม่ได้มีการบังคับใช้จริงใด ๆ กลายเป็นกลไกของการบังคับใช้ทางการเมืองเมื่อการลงคะแนนเสียงได้รับความนิยมมากหมั้นว่ามันกดดันสภาแห่งชาติอาร์เจนตินาที่จะผ่านการเรียกเก็บเงินที่เสนอโดยพรรคเสียงข้างน้อยในฐานะที่เป็นผู้กำหนดนโยบายส่งสัญญาณว่าพวกเขาเต็มใจที่จะเผชิญกับบทลงโทษเกี่ยวกับการตัดสินใจของพวกเขา DemocracyOS มีศักยภาพที่จะให้เป็นเวทีสำหรับประชาชนที่จะบังคับใช้นโยบายรับผิดชอบนอกขอบเขตของการเลือกตั้ง จนถึงปัจจุบัน DemocracyOS ถูกใช้โดยผู้มีส่วนได้ส่วนเสียในเม็กซิโกสเปนตูนิเซียและสามรัฐในสหรัฐอเมริกา แต่ไม่ได้รับการรับรองโดยพรรคการเมืองใดในอาร์เจนตินา อย่างไรก็ตามผู้ก่อตั้ง DemocracyOS ได้ก่อตั้งพรรค Part Party (Partido de la Red) ซึ่งนักการเมืองได้กระทำการตามความคิดเห็นที่ได้รับความนิยมในเว็บไซต์ หลังจากล้มเหลวในการชนะที่นั่งในรัฐสภาท้องถิ่นในบัวโนสไอเรสในปี 2013 พรรคเน็ตมุ่งหวังที่จะมีตัวแทนคนแรกที่ได้รับการเลือกตั้งในการเลือกตั้งทั่วไปในเดือนตุลาคม  2017 รัฐบาลต่างๆทั่วโลกมีส่วนร่วมกับพลเมืองของตนทางออนไลน์โดยสหราชอาณาจักรญี่ปุ่นและออสเตรเลียเป็นประเทศที่มีส่วนร่วมมากที่สุด ในขณะที่ให้แพลตฟอร์มออนไลน์ที่ยอดเยี่ยมสำหรับการตอบสนองและการตอบสนองที่เรียกว่า e-government ไม่ได้วางคว่ำบาตรและให้รางวัลแก่เจ้าหน้าที่ของรัฐ พรรคฝ่ายค้านและพลเมืองที่ระดมความต้องการทางออนไลน์เพื่อเรียกร้องความสามารถในการบังคับใช้จากหน่วยงานต่างๆในทางกลับกันอาจเรียกได้ว่าเป็น e-democracy มากกว่าการปรับปรุงระบอบประชาธิปไตยพวกเขามีส่วนร่วมในระบอบประชาธิปไตยโดยการให้ทางเลือกในการเลือกตั้งทั่วไปเพื่อบังคับใช้ความรับผิดชอบ เทคโนโลยีจึงเป็นเครื่องมือสำหรับทั้งพรรคการเมืองและหน่วยงานกำกับดูแล ความสามารถในการตอบสนองการตอบสนองและการบังคับใช้เป็นงานที่ต้องพึ่งพาซึ่งกันและกันซึ่งต้องมีการกำกับดูแลการประเมินผลและการตรวจสอบอย่างต่อเนื่อง ความรับผิดชอบต่อระบอบประชาธิปไตยในการจัดส่งด้านบริการถือเป็นแนวทางในการประเมินหลักการทั้งสามนี้และสนับสนุนให้ทุกคนเรียกร้องความรับผิดชอบในระบอบประชาธิปไตยได้ทุกที่  
Read More