sbobet เล่นเกมไพ่เสือมังกร สนุกสุดมัน

sbobet เล่นเกมไพ่เสือมังกร สนุกสุดมัน

เกมไพ่แต่ละชนิดก็จะมีความแตกต่างและความพิเศษกันออกไปแต่จะดีกว่าไหมถ้าเลือกเดิมพันเกมไพ่ออนไลน์ อย่างเกมไพ่เสือมังกร ทำไมต้องเป็นเกมไพ่เสือมังกร เพราะเป็นเกมไพ่ที่เล่นง่ายใช้เวลาในการเล่นไม่ถึง 1 นาทีต่อรอบ ซึ่งต้องบอกเลยว่าผู้ใช้บริการ sbobet ไม่ควรพลาด เสือมังกรเป็นเกมไพ่ที่ตัดสินผลแพ้ชนะด้วยไพ่เพียงใบเดียวมีวิธีการเล่นก็จะคล้ายกันกับบาคาร่าแต่จะมีความแตกต่างกันตรงที่ว่าเกมไพ่บาคาร่าสามารถวางเดิมพันได้หลายรูปแบบ ส่วนเกมไพ่เสือมังกรไม่สามารถได้หลากหลาย เหมือนกับบาคาร่านั่นเอง จะใช้ไพ่เพียงแค่ใบเดียวเราก็สามารถทำเงินได้เป็นกอบเป็นกำแล้ว วิธีการเล่นเกมไพ่เสือมังกร เกมไพ่เสือมังกรเราสามารถวางเดิมพันได้ 3 รูปแบบด้วยกันคือเสือชนะ มังกรชนะ เสมอ ซึ่งมีเวลาในการวางเดิมพัน 30 ถึง 50 วินาทีแต่ก็ขึ้นอยู่กับเว็บไซต์ต่างๆ อย่างเว็บ sbobet เป็นเว็บตรงไม่ผ่านเอเย่นต์ และให้เราวางเดิมพันก่อนที่ดีลเลอร์จะทำการหยุดรับเดิมพันแล้วเปิดไพ่ คะแนนของไพ่ที่ใช้ในการเล่นเกมไพ่เสือมังกร K=13,Q=12,J=11,H=1 ส่วนที่เหลือนั้นเราสามารถนับแต้มตามตัวเลขที่อยู่ในไพ่ได้เลย การตัดสินผลแพ้ชนะใช้ไพ่เพียงใบเดียวก็จะรู้ผลทันทีเลยว่าฝั่งไหนจะมีแต้มมากกว่ากัน ภาพคนออกมาว่าเสมอกัน ใครที่วางเดิมพันฝั่งเสือหรือฝั่งมังกรก็จะเสียเงินเดิมพันเพียง 50 เปอร์เซ็นต์ของเงินที่วางเดิมพัน ถ้าวางเดิมพันที่ 100 บาทก็เท่ากับว่าเราได้เงินทอนคืนมา 50 บาท ข้อดีของเกมไพ่เสือมังกร เว็บ sbobet มีการบอกวิธีเล่นที่เข้าใจง่ายใช้เวลาในการตัดสินผลแพ้ชนะ เพียงแค่ไพ่ใบเดียวและในเวลาอันรวดเร็ว มีอัตราการจ่ายเงินรางวัลที่เยอะเหมาะกับคนที่ไม่ชอบการรออะไรนาน เพราะเกมไพ่เสือมังกรจะมี การเล่นที่ง่าย และมีข้อดีมากมายโดยเฉพาะถ้าคุณเล่นกับเว็บ sbobet เพราะใช้เวลาในการเล่นที่เร็วจึงต้องหวังพึ่งดวงเข้าช่วยเพราะเราไม่สามารถคาดเดาได้ในเวลาอันรวดเร็ว สามารถหาเล่นเกมไพ่เสือมังกรได้ตามเว็บไซต์ต่างๆ อย่างเว็บ sbobet เป็นเว็บที่ให้การบริการเกมส์การเดิมพันออนไลน์โดยตรงเป็นเว็บที่มีความปลอดภัยสูงจึงมีจำนวนสมาชิกเพิ่มขึ้นทุกวัน เล่นเกมไพ่เสือมังกรสนุกสุดมันเล่นได้ไม่มีเบื่อ สามารถรู้ผลได้ในเวลาอันรวดเร็วสมัครเลยที่เว็บ sbobet จะทำให้คุณไม่ผิดหวังอย่างแน่นอน ครบรสเรื่องความสนุก เต็มที่ทุกการเดิมพันจัดหนักจัดเต็ม ทั้งเงินโบนัสและกำไร
Read More
อะไรคือหลักการของรัฐธรรมนูญ ในระบอบประชาธิปไตยที่ถูกต้อง

อะไรคือหลักการของรัฐธรรมนูญ ในระบอบประชาธิปไตยที่ถูกต้อง

การร่างรัฐธรรมนูญฉบับใหม่ที่กำลังเป็นปัญหาอยู่ในขณะนี้ เป็นความพยายามครั้งที่ 2 ของทางรัฐบาลที่เคยถูกคว่ำโดย สปช. ที่อยู่ในอำนาจของคณะรัฐประหาร ในส่วนของเนื้อหามีการพูดคุยกันว่ารัฐธรรมนูญฉบับนี้ ถูกออกแบบมาเพื่อปราบการโกง และคอรัปชั่นโดยเฉพาะ โดยจะมอบอำนาจให้กับประชาชนมากขึ้น ช่วยให้มีส่วนร่วมในการปกครองเพิ่มขึ้น นอกจากนี้มีส่วนช่วยในการป้องกันไม่ให้เกิดปัญหาทางการเมืองที่รุนแรงในอนาคต ด้วยการปรับโครงสร้างใหม่ทั้งหมดที่มีประสิทธิภาพกว่า โดยมีการสร้างแผนยุทธศาสตร์ชาติเอาไว้เพื่อกำหนดทิศทางการพัฒนาของประเทศชาติในระยะยาว ตรงนี้มีหลายคนสงสัยว่ารัฐธรรมนูญในส่วนที่ว่าการปราบโกงนี้ ครอบคลุมในเรื่องอะไรบ้าง มันปราบโกงแค่สถาบันนักการเมืองอย่างเดียว หรือว่าครอบคลุมทุกสถาบันหรือไม่ ส่วนการเพิ่มอำนาจและสิทธิให้ประชาชนเพิ่มขึ้น แต่ไปส่งผลกระทบในเรื่องสวัสดิการ ที่ทำให้ประชาชนกลายเป็นผู้ติดหนี้บุญคุณจากรัฐบาล แทนที่จะเป็นผู้ที่มีอำนาจเป็นนายของรัฐ ซึ่งเป็นเหมือนกับดักที่หลายคนหลงเชื่อว่าจะช่วยให้ประชาชนมีส่วนร่วมมากขึ้น แต่กลายเป็นการลดทอนเสรีภาพที่แทบเนียน หลังจากที่มีการรณรงค์ขอเปิดให้โอกาสแต่ละฝ่ายสามารถที่จะแสดงความเห็นได้อย่างเสรี ฝ่ายที่กุมอำนาจเห็นว่ามันไม่ควรจะเกิดขึ้น แต่สามารถแสดงความเห็นได้ในขอบเขตที่เหมาะสม ในความเป็นจริงอาจจะไม่ได้ง่ายเหมือนที่พูด เพราะอำนาจของคณะรักษาความสงบแห่งชาติ (คสช.)เป็นฝ่ายชี้ว่าใครเป็นคนผิดถูก คนไหนพูดไม่ถูกใจก็ชี้ตัดสินว่าไม่เหมาะสมได้ ยกตัวอย่างเช่น การห้ามชุมนุมเกิน 5 คน หรือ อำนาจที่ตำรวจสามารถตีความได้ว่าใครที่เข้าข่ายการปลุกระดม และ สำนักงานคณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) ที่อำนาจในการตัดสินว่าอะไรที่ขัดกับการลงประชามติ ด้วยอำนาจแบบเบ็ดเสร็จแบบนี้จะมีใครกล้าแสดงความคิดเห็นอย่างเปิดเผยอีกไหม ทางคสช. ได้บอกเอาไว้ว่าถ้ารัฐธรรมนูญผ่านเมื่อไหร่ การเลือกตั้งที่ทุกคนรอคอยนั้นจะมาถึงแน่นอน เมื่อถึงเวลานั้นทุกคนจะมีเสรีภาพอย่างเต็มที่ ในขณะที่หลายคนแสดงความไม่เห็นด้วย แต่ก็ไม่ได้ไปเดินรณรงค์อย่างออกหน้าออกตา สถานการณ์เหล่านี้เป็นที่จับตาดูต่อสังคมโลกอย่างมาก แต่สำหรับคนไทยเองดูเหมือนจะเคยชินไปแล้ว ในขณะที่สำนักข่าวหลายแห่งก็ดูเหมือนจะไม่ได้มีความเป็นเอกภาพ โดยในแต่ละสำนักต่างพากันแข่งขันการทำข่าวในแบบของตัวเอง บางครั้งก็แข่งกันจนไม่ได้ไตร่ตรองข้อมูลให้ถี่ถ้วนจนเกิดเป็นผลเสียต่อสังคม หลักรัฐธรรมนูญนิยม 5 ประการ 1.เป็นรัฐธรรมนูญที่มองว่าอำนาจเป็นของประชาชน ทำเพื่อประชาชน หมายความว่าประชาชนมีสิทธิที่จะเรียกคืนอำนาจการปกครอง และแต่งตั้งสถาบันการเมืองใหม่ได้ 2.รัฐธรรมนูญแบบประชาธิปไตย ยึดมั่นในหลักกฎหมายสูงสุด คือการกำหนดว่าสิ่งไหนทำได้ และสิ่งไหนที่ทำไม่ได้ โดยรัฐบาลจะต้องดำเนินการตามกรอบที่กำหนดเอาไว้ 3.รัฐบาลจะต้องมาจากตัวแทนของประชาชน ไม่ว่าจะเป็นกรณีปกติ หรือในภาวะฉุกเฉิน โดยจะต้องมีการกำหนดระยะเวลาในการใช้อำนาจ พร้อมที่จะตรวจสอบย้อนหลังได้ 4.รัฐธรรมนูญจะต้องมีการจำกัดอำนาจของรัฐบาล เพื่อป้องกันไม่ให้รัฐบาลละเมิดสิทธิเสรีภาพของประชาชน โดยสามารถให้อีกฝ่ายตรวจสอบได้ ไม่ใช่เป็นฝ่ายที่ตรวจสอบอย่างเดียว นอกจากนี้อำนาจของกองทัพยังอยู่ในมือของพลเรือน ตำรวจก็ต้องถูกควบคุมด้วยกฎหมาย ไม่ใช่เป็นผู้ที่บังคับใช้กฎหมายกับประชาชนฝ่ายเดียว 5.คำนึงถึงเรื่องสิทธิเสรีภาพของประชาชนเป็นสำคัญ เพื่อให้เป็นไปตามหลักสิทธิมนุษยชนแบบสากล รัฐบาลอาจจำกัดสิทธิประชาชนได้ แต่ไม่มีสิทธิที่จะกระทำการที่เกินเลยใดๆ จนเห็นว่าเป็นสิ่งที่ละเมิดสิทธิเสรีภาพของมนุษย์ โดยสามารถบังคับใช้ได้ชั่วคราวเท่านั้น
Read More
คุณสมบัติประธาน กมธ. คืออะไร

คุณสมบัติประธาน กมธ. คืออะไร

ช่วงนี้มีประเด็นเป็นที่ถกเถียงกันอย่างมากคือการได้มาของ คณะกรรมาธิการศึกษาแนวทางและปัญหาการแก้ไขรัฐธรรมนูญ (กมธ.) เป็นไปตามกฎเกณที่กำหนดเอาไว้ในรัฐธรรมนูญหรือไม่อย่างไร เพราะหลายคนตั้งประเด็นขึ้นมาว่าการที่จะเป็นประธาน กมธ. จะต้องไม่ใช่ผู้ที่มีความเกี่ยวข้องในการสนับสนุนหรือคัดค้านมาก่อน ทำให้หลายพรรคเกิดความเห็นต่างกันขึ้นมาเพราะสองฝ่ายต่างพากันเสนอสมาชิกพรรคของตนเองเข้าชิง หน้าที่ของกรรมาธิการ (Committee) กรรมาธิการ หรือ กมธ. เป็นบุคคลที่ผ่านการคัดเลือกจากสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร หรือ สมาชิกวุฒิสภา ทำหน้าที่เป็นตัวแทนของสภาเพื่อสอบสวน หรือ ทำการศึกษาเรื่องใดก็ตามที่สภาได้มอบหมายเอาไว้ โดยการดำเนินงานจะต้องรายงานผลต่อสภาตลอด เพราะถือว่ามีอำนาจในการดำเนินการครอบคลุมทุกด้าน ซึ่งต้องผ่านการไตร่ตรองอย่างละเอียดรอบคอบว่าจะเกิดประโยชน์สูงสุดแก่ส่วนรวม กรรมาธิการจะมีการจัดประชุมแยกเป็นของตนที่เรียกว่าการประชุมคณะกรรมาธิการ ซึ่งเป็นหนึ่งในกลไกลของสภา มีสิทธิที่จะอภิราย แถลงข้อเท็จจริง พร้อมแสดงความเห็นได้ตามวัตถุประสงค์ รวมถึงมีสิทธิในการออกเสียงเหมือนการประชมสภา โดยได้รับความคุ้มครองที่ผู้ใดไม่อาจนำไปเป็นเหตุฟ้องร้องได้ ขอบเขตอำนาจของกรรมาธิการ มีอำนาจในการพิจารณาร่างพระราชบัญญัติประกอบรัฐธรรมนูญ โดยสามารถสอบสวนเรื่องใดก็ตามที่อยู๋ภายใต้อำนาจหน้าที่ของสภา มีอำนาจที่จะเรียกบุคคลใดก็ตามมาแถลงข้อเท็จจริง รวมถึงสามารถเรียกร้องเอกสารจากบุคคลนั้นได้ สามารถออกเสียงในการลงมติในที่ประชุม โดยใช้เสียงข้างมากเป็นประมาณ โดยกรรมาธิการหนึ่งคนมี 1 เสียงในการลงมติ หากปรากฏว่าเสียงคะแนนเท่ากัน ประธานสภาสามารถที่จะลงคะแนนเพื่อเป็นเสียงชี้ขาดได้ นอกจากนี้คณะกรรมาธิการยังมีอำนาจหน้าที่ในการกิจการด้านอื่นๆ เช่น การเดินทางไปพบปะพี่น้องประชาชนเพื่อดูแนวทางแก้ไขปัญหาความเดือดร้อน หรือ การเดินทางไปศึกษาดูงานในพื้นที่ต่างๆ ทั่วประเทศ และต่างประเทศ ขั้นตอนในการเลือกคณะกรรมาธิการ การเลือกคณะกรรมาธิการจะถูกเลือกในที่ประชุมโดยมีประธานชั่วคราวทำหน้าที่ดำนเนินการในที่ประชุม โดยเมื่อเลือกประธานคณะกรรมาธิการแล้วจึงเชิญประธานคณะกรรมาธิการเข้าปฏิบัติหน้าที่ต่อไป โดยผู้ที่จะถูกให้พ้นจากตำแหน่งก็ต่อเมื่อตำแหน่งสภาผู้แทนสิ้นสุด มีการยุบสภาผู้แทนราษฎร เสียชีวิต ถูกสภาสั่งให้ออกจากตำแหน่ง มีการแต่งตั้งคณะกรรมาธิการใหม่ หรือขาดการประชม 3 ครั้ง โดยไม่มีเหตุผลอันสมควร คุณสมบัติและการพ้นจากตำแหน่ง การจะเป็นประธานคณะกรรมาธิการศึกษาแนวทางและปัญหาการแก้ไขรัฐธรรมนูญได้ จะต้องเป็นคนที่ผู้ที่รู้เรื่องกฎหมายอย่างถ่องแท้ เคยผ่านรัฐธรรมนูญมาแล้วหลายฉบับ ซึ่งจะต้องเป็นคนที่ยึดมั่นในหลักประชาธิปไตย โดยจะต้องเห็นความจำเป็นในการแก้ไขรัฐธรรมนูญ เพื่อก่อให้เกิดประโยชน์ต่อประเทศชาติเป็นหลัก และสนับสนุนให้ประเทศรักษาความเป็นประชาธิปไตย โดยให้ประชาชนได้มีส่วนรวมในการปกครอง ปัญหาที่กลายเป็นที่ถกเถียงกันอยู่จนกลายเป็นประเด็นร้อนในตอนนี้ คือกลัวรัฐบาลได้คนที่คัดค้านการแก้ไขรัฐธรรมนูญมานั่งเป็นประธาน กมธ. นั่นหมายความว่าประเทศของเราจะไม่เกิดการเปลี่ยนแปลงแน่นอน อีกหนึ่งปัญหาคือนักการเมืองหลายคนดูเหมือนจะยังไม่เข้าใจปัญหาที่กำลังเผชิญ เพราะหลายคนอ้างว่ารัฐธรรมนูญฉบับที่เพิ่งประกาศใช้กันเมื่อปี 2560 ไม่มีปัญหาที่ต้องกังวล และไม่เห็นความสำคัญในการแก้ไขรัฐธรรมนูญ นั่นก็เพราะว่ามันมีหลายอย่างที่ถูกออกแบบมาเพื่อเอื้อประโยชน์ต่อนักการเมือง พวกเขาเหล่านี้จึงไม่ได้มีความสนใจที่อยากจะแก้ไข บางส่วนก็ออกมาปกป้องกันอย่างสุดตัว เพราะกลัวจำเสียผลประโยชน์ของตนเองที่มีในตอนนี้ การเป็นประชาธิปไตยไม่ใช่เรื่องที่ซับซ้อน แต่สิ่งทีตรงกันข้ามนี่สิที่เราต้องนั่งคุยกันยาว ลองยกตัวอย่างการเลือกตั้งที่ผ่านมา เมื่อประชาชนสามารถเลือก สมาชิกสภาได้ 500 คน เพื่อทำหน้าที่เป็นตัวแทนของพี่น้องประชาชน แต่ คสช. สามารถเลือก ส.ว.ได้ 250 คน คำถามที่เกิดขึ้นคือ ความเป็นประชาธิปไตยอยู่ตรงไหน
Read More
โรงเรียนประชาธิปไตยมีความสำคัญอย่างไร

โรงเรียนประชาธิปไตยมีความสำคัญอย่างไร

การปกครองระบอบประชาธิปไตยในประเทศไทย ได้เกิดรัฐธรรมนูญฉบับแรกขึ้นมา ในปี พ.ศ. 2475 ต่อมาจึงมีการเผยแพร่ความรู้ทางด้านประชาธิปไตยให้แก่ประชาชน รวมทั้งจัดตั้งมหาวิทยาลัยซึ่งให้ความรู้แก่เยาวชนคนรุ่นใหม่ นั่นก็คือ มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์และการเมือง ในปี พ.ศ.2477 ขึ้นมา ต่อมาก็มีสาขาวิชาบรรจุเพิ่มเติมเข้ามาในหลักสูตรมากมาย หลักจากนั้นประชาชนคนไทยก็รู้จัก ประชาธิปไตย ผ่านการเลือกตั้ง จากช่วงเวลาที่ผ่านมาประชาธิปไตย ดำรงอยู่ในประเทศไทยมาอย่างยาวนานถึง 87 ปีแล้ว หากแต่ก็ยังสามารถเรียกได้ว่า ไม่ประสบความสำเร็จทางด้านอุดมการณ์ประชาธิปไตยแต่อย่างใด เพราะฉะนั้นจากปัญหาตรงนี้ จึงทำให้มีองค์กรหลายๆ องค์กร พยายามผลักดันอุดมการณ์แห่งประชาธิปไตยแทรกซึมเข้าไปในระบบการทำงาน ประชาธิปไตยในโรงเรียน เป็นแหล่งปลูกฝังดีที่สุด โดยในปี พ.ศ. 2559 จึงเกิดหลักสูตรประชาธิปไตยในโรงเรียนขึ้นมา ซึ่งหมายมุ่งให้นักเรียน ได้ศึกษา ทำความเข้าใจ รวมทั้งเกิดจิตวิญญาณแห่งความเป็นประชาธิปไตยอย่างเข้มข้น และต่อยอดให้เด็กนักเรียนเหล่านี้ กลายเป็นผู้ใหญ่ที่มีคุณภาพต่อไป ความสำคัญของการปกครองระบอบประชาธิปไตย สำหรับประเทศที่ใช้การระบอบประชาธิปไตย มีอยู่มากมายในโลกนี้ และประเทศไทยก็ใช้การปกครองระบอบนี้ด้วยเช่นเดียวกัน ซึ่งระบอบประชาธิปไตยได้รับการยกย่องว่า เป็นหลักในปกครองที่มีข้อเสียน้อยที่สุด เมื่อนำไปเปรียบเทียบกับการปกครองในรูปแบบอื่นๆ อีกทั้งยังเป็นการปกครองซึ่งเหมาะกับโลกในยุคปัจจุบัน มีแนวความคิดว่า มนุษย์ทุกคน เกิดมามีศักดิ์ศรีเท่าเทียมกัน เพราะฉะนั้นจึงควรยึดหลักสิทธิ และเสรีภาพ ของแต่ล่ะบุคคลเป็นหลัก ซึ่งสิทธิเสรีภาพนั้น ก็ต้องอยู่ในข้อบังคับของกฎหมาย เพื่อทำให้บ้านเมืองสงบสุข และไม่ไปก้าวก่ายสิทธิส่วนบุคคลของผู้อื่น เพราะฉะนั้นเพื่อเป็นการปลูกเมล็ดพันธุ์แห่งความเป็นประชาธิปไตยลงไปในหมู่ประชาชนคนรุ่นใหม่ จะต้องใช้หลักกล่อมเกลาทางสังคมซึ่งมีวิธีดำเนินงานค่อนข้างยาวนาน จึงต้องเริ่มปลูกฝังตั้งแต่ที่เด็กและเยาวชนยังมีอายุน้อย ด้วยการจัดกระบวนการเรียนรู้ให้ครบทั้ง 3 ด้าน ได้แก่… มีความรู้ความเข้าใจอย่างถูกต้องในเรื่องระบอบการปกครองระบอบประชาธิปไตย อันมีพระมหากษัตริย์ทรงเป็นประมุข มีความเข้าใจพร้อมทั้งมีเจตคติที่ดี ต่อระบอบการปกครองภายใต้ระบอบประชาธิปไตย มีทักษะ ความสามารถรวมทั้งมีความเข้าใจอย่างถ่องแท้ในการอยู่ร่วมกับผู้อื่นในระบอบประชาธิปไตย โดยการจัดการเรียนรู้ให้แก่นักเรียนและนักศึกษา ผู้สอนจึงจำเป็นต้องมุ่งเน้นใช้หลักการประชาธิปไตยเข้ามาประยุกต์พร้อมเป็นแบบอย่างที่ดี เพื่อให้นักเรียนเกิดการซึมซับรวมทั้งนำไปปฏิบัติในชีวิตจริง จนกระทั่งเกิดวิถีชีวิตของระบอบประชาธิปไตย หลักการจัดการเรียนรู้เพื่อปลูกฝังให้นักเรียนมีความเข้าใจในระบอบประชาธิปไตย กลุ่มครู , บุคลากรในโรงเรียน , คณะนักเรียน , คณะกรรมการโรงเรียน , ผู้นำในเขตชุมชน ตลอดจนผู้ปกครอง ต้องมาประชุมเพื่อสร้างความเข้าใจร่วมกัน รวมทั้งมีส่วนร่วมในการสร้างกระบวนการเรียนรู้จากทั้งในโรงเรียน และในชีวิตประจำวันที่อยู่นอกโรงเรียน คณะครูผู้สอนวิชาต่างๆ จะต้องมีการจัดกิจกรรมการเรียน – การสอน ซึ่งมีการบูรณาการสอดแทรกความเป็นประชาธิปไตยลงไป หมั่นจัดกิจกรรมที่ทำให้นักเรียนได้สัมผัสความเป็นประชาธิปไตย ในรูปแบบที่ทำให้เกิดความเข้าใจได้จริง เช่น การเลือกประธานนักเรียน , การเลือกหัวหน้าห้อง จากการโหวต มีการให้ผู้ลงสมัครหาเสียง พร้อมโหวตในสถานที่ลับผ่านกระดาษ และนับคะแนนโหวตต่อหน้านักเรียน ดำเนินงานด้วยความซื่อสัตย์ เป็นต้น นักเรียนทุกคนต้องมีส่วนร่วมในการปฏิบัติกิจกรรมที่ส่งเสริมความเป็นพลเมืองที่ปกครองด้วยระบอบประชาธิปไตย ของทั้งโรงเรียนและชุมชน สรุปแล้ว การสร้างโรงเรียนประชาธิปไตย เป็นการปูรากฐานที่มีความสำคัญมากในประเทศไทย จัดเป็นมิติใหม่ที่มีความน่าสนใจในการพัฒนาประชาชนตั้งแต่รากฐาน ซึ่งเน้นการปฎิบัติจริงเพื่อให้ความเป็นประชาธิปไตย เป็นเรื่องที่จับต้องได้ และทำให้นักเรียนเกิดความเข้าใจว่าระบอบประชาธิปไตยเป็นเรื่องของคนทุกคน ที่ต้องรักษาสิทธิตรงนี้ด้วยความมั่นคง
Read More
ประชาธิปไตยบนเส้นขนานหมายถึง

ประชาธิปไตยบนเส้นขนานหมายถึง

‘ประชาธิปไตยบนเส้นขนาน’ เป็นนวนิยายที่แต่งโดย ‘วินทร์ เลียววาริณ’ เผยแพร่สู่สาธารณะ พร้อมจำหน่ายในปี พ.ศ. 2537 ความพิเศษของนวนิยายเรื่องนี้ คือ ได้รับยกย่องให้เป็นรางวัลซีไรต์ประจำปี พ.ศ. 2540 ฉบับภาษาอังกฤษมีชื่อว่า ‘Democracy, Shaken & Stirred’ โดยเป็นนิยายมีเนื้อหาสื่อถึงการเมืองของประเทศไทย จากการสร้างเรื่องราวตามการปฏิวัติในประเทศไทยตั้งแต่ปี พ.ศ. 2475 จนกระทั่งถึงเหตุการณ์พฤษภาทมิฬในปี พ.ศ. 2535 ซึ่งตัวละครหลักในเรื่อง เป็นตัวละครที่แต่งขึ้นมา หากแต่ในส่วนอื่นๆ มีการหยิบบุคคลในประวัติศาสตร์เข้ามาใส่เอาไว้มากมาย โดย ‘วินทร์’ ใช้ลักษณะการเขียนเช่นนี้ ในนวนิยายอีกเรื่องของเขา เรื่องนั้นก็คือ ‘ปีกแดง’ ซึ่งถูกเผยแพร่ออกมาในปี พ.ศ. 2545 ‘ประชาธิปไตยบนเส้นขนาน’ นวนิยายตีแผ่การเมืองไทย โดยนวนิยายเรื่องนี้ มาจากการจำลองภาพเหตุการณ์ทางการเมือง ซึ่งเป็นเหตุการณ์สำคัญๆ ในยุคสมัยต่างๆ ของประเทศไทย ที่มีการพัฒนาระบอบประชาธิปไตยตามลำดับขั้นตอนต่างๆ บอกเล่าเรื่องราวของการถ่ายอำนาจ จากบุคคลหนึ่งไปยังกลุ่มบุคคลหนึ่ง จากการถ่ายทอดของบุคคล 2 คน มีความแตกต่างกันทั้งทางด้านการใช้ชีวิตรวมทั้งอุดมการณ์ หากสิ่งที่ทั้ง 2 มีเหมือนกันก็ คือ ต้องการความสงบสุขของบ้านเมือง , ต้องการสิทธิเสรีภาพเท่าเทียมกัน รวมทั้งได้มาถึงการมีประชาธิปไตยเต็มใบ เนื้อเรื่องฉบับย่อ เส้นทางของชาย 2 คนซึ่งแตกต่างราวกับฟ้าและดิน… ชายคนที่ 1 เขาคือ ‘เสือย้อย’ เขาเป็นโจรก็จริง หากแต่ก็มีแววตาที่ฉลาด สายตาที่น่าเกรงขาม กริยาท่าทางแลดูมีการศึกษาสูง อีกทั้งยังไม่เหมือนกับโจรทั่วไป หากแต่ที่เป็นเช่นนี้ก็ไม่ใช่เรื่องแปลกเลย เนื่องจากชายผู้นี้มีชื่ออีกชื่อหนึ่งว่า ‘หลวงกฤษดาวินิจ’ เนื้อแท้เขาเป็นบุคคลมีการศึกษาสูง อีกทั้งยังเป็นทหารซึ่งมีความจงรักภัคดีต่อสถาบันพระมหากษัตริย์มาก หากแต่เขาต้องการต่อต้านการปฏิวัติ จนกะทั่งไม่มีทางเลือกจนกระทั่งต้องมาเป็นโจร ชายคนที่ 2 เขาคือ นายตำรวจ มีชื่อว่า ร.ต.ต ตุ้ย พันเข็ม นายตำรวจที่มีความเป็นผู้พิทักษ์อันสูงลิ่ว มีอุดมการณ์สูงรักประเทศชาติยิ่งชีวิตของตัวเอง อีกทั้งยังเป็นผู้กำราบโจรที่มีชื่อเสียงต่างๆ จนกระทั่งได้รับฉายาว่า ‘จ่าตุ้ยปืนผี’ อีกทั้งนายตำรวจคนนี้นี่แหละ มีบทบาทสำคัญทางการเมืองในช่วงยุค 60 ปี โดยทั้ง 2 คนนี้เป็นทั้งเพื่อนและศัตรูในคราวเดียวกัน สำหรับ ‘ประชาธิปไตยบนเส้นขนาน’ เป็นนวนิยายที่จำลองเหตุการณ์ทางการเมืองที่มีความสำคัญ และมีชื่อเสียงเป็นที่รู้จักกันดี ซึ่งเกิดขึ้นนับตั้งแต่ปีแรกของระบอบประชาธิปไตยในไทย จวบจนกระทั่งถึงปี พ.ศ. 2535 มีโครงเรื่องที่สนุกสนาน อ่านได้แบบเพลิดเพลิน อีกทั้งยังเชือดเฉือน มีการชิงไหวชิงพริบของตัวละครตลอดเวลา ทำให้ผู้อ่านลุ้นแบบนั่งไม่ติด อีกทั้งยังมีการแบ่งเรื่องออกเป็นตอนๆ และในทุกตอนจบในตัวเองแบบหักมุม ทำให้ต้องตะลึงเมื่อบทสรุปมาเยือน ซึ่งเรียงร้อยออกมาในรูปแบบโครงสร้างของวิวัฒนาการการเมืองไทย สรุปแล้ว นวนิยาย ‘ประชาธิปไตยบนเส้นขนาน’ เป็นการแสดงออกทางหนึ่ง ซึ่งช่วยให้ความรู้แก่ผู้คนในสังคม อย่างกว้างขวาง เนื่องจากถ้าประชาชนรู้มากขึ้น มีความเข้าใจในเรื่องกลไกของการเมืองไทยดีขึ้น และตระหนักว่าการเมืองมีความสำคัญต่อชีวิตของประชาชนอย่างไร ก็จออกมาปกป้องสิทธิของตัวเองให้มากขึ้น อีกทั้งยังได้ระบบการเมืองที่ดีขึ้น หรือ อย่างน้อยที่สุดเมื่อประชาชนได้รับความรู้เหล่านี้…
Read More
ประเทศที่ปกครองด้วยระบอบเผด็จการ

ประเทศที่ปกครองด้วยระบอบเผด็จการ

มีประเทศที่มีการปกครองด้วยระบอบเผด็จการมากมาย สิ่งที่เป็นภัยใหญ่สุดของประเทศคือประชากรที่มีคุณภาพชีวิตต่ำ อยู่ในฐานะที่มี่ความยากชน และถูกลิดรอนสิทธิเสรีภาพ ไม่มีสิทธิในการออกปากเสียงในการเมือง เกิดการปราบปรามอย่างรุนแรงต่อความขัดแย้งทางการเมืองและชนพื้นเมือง อย่างไรก็ตามบางประเทศเหล่านี้ได้เริ่มที่จะยอมรับระบอบประชาธิปไตย ในบางส่วนก็สวนทางไปในตรงกันข้าม และนี่คือ 5 ประเทศเผด็จการที่น่าจับตามองในปัจจุบัน 1.กัมพูชา ในเดือนมิถุนายนปี 2018 “ฮุนเซน” นายกรัฐมนตรีกัมพูชาได้ถูกกำหนดในฐานะผู้นำเผด็จการทหารโดย Human Rights Watch ท่ามกลางสภาพแวดล้อมเต็มไปด้วยความหวาดกลัว กัมพูชาถูกทิ้งให้อยู่กับการละเมิดสิทธิมนุษยชน การปราบปราม การต่อต้าน การบีบบังคับ และการลิดรอนสิทธิเสรีภาพ ในเดือนกันยายนปี 2018 United Nations Development Program แถลงว่าร้อยละ 35 ของชาวกัมพูชาทั้งหมดยังมีฐานะยากจน ตั้งแต่ปี 2006 ที่ รัฐมนตรีจัดตั้งโครงการ IDPoor เพื่อเป็นแนวทางในการให้บริหารภาครัฐและองค์กรเอกชน เพื่อให้บริการช่วยเหลือผู้ยากไร้ ณ เดือนธันวาคม 2017 โครงการ IDPoor ช่วยเหลือผู้คนกว่า 13 ล้านคนและครอบคลุม 90% ของชาวกัมพูชาทั้งหมด 2.แคเมอรูน นายกรัฐมนตรีคนปัจจุบัน “Paul Biya” ได้ขึ้นมายึดการปกครองแคเมอรูนจากรุ่นก่อนหน้าในปี 1982 Biya ได้ปกครองประเทศในแอฟริกาตอนกลางด้วยกำลังทางการทหาร ในปี 2014 ประชากรกว่า 37.5 เปอร์เซ็นต์ของทั้งประเทศ ถือเป็นผู้ที่อยู่ในฐานะยากจน โชคยังดีที่มีองค์กรเอกชนอย่าง Heifer Cameroon ที่เข้ามามีบทบาทในการบรรเทาความยากจนของชุมชนที่ยากจนและเปราะบางที่สุดของแคเมอรูน พวกเขาช่วยครอบครัวกว่า 30,000 ครอบครัวด้วยการสร้างงานให้กับคนจนในชนบท โดยมุ่งเน้นไปที่อุตสาหกรรมนม และการทำปศุสัตว์ 3.เอริเทรี เอริเทรียได้รับเอกราชจากเอธิโอเปียในปี 1993 ประธานาธิบดีเอริเทรีย “Isaias Afwerki “ เข้ายึดอำนาจหลังจากการประกาศเอกราช จากนั้นได้เขาปกครองบ้านเมืองและประชาชนด้วยการกดขี่ ยิ่งกว่านั้นประเทศได้เกิดสงครามภายใน เกิดความแห้งแล้ง และความอดอยากไปทั่วทุกหนแห่ง จากการประมาณการของธนาคารโลกพบว่าร้อยละ 69 ของประชากรของเอริเทรียอยู่ในฐานะที่ต่ำกว่าผู้ยากไร้เสียอีก ตั้งแต่มีเอกราชอายุเฉลี่ยของประชากรเพิ่มขึ้น 14 ปี เป็น 63 ปี และกว่า 70 เปอร์เซ็นต์ของประชากรในขณะนี้สามารถเข้าถึงน้ำสะอาดได้เมื่อเทียบกับเพียงร้อยละ 15 ในปี 1993 4.เอธิโอเปีย ในปี 2000 เอธิโอเปียเธอว่าเป็นประเทศที่มีอัตราความยากจนสูงที่สุดในโลก แต่ในปี 2011 อัตราความยากจนลดลงร้อยละ 14 เมื่อเข้าปี 2018 ประเทศเอธิโอเปียมีเศรษฐกิจที่เติบโตเร็วที่สุดของแอฟริกาในภูมิภาคย่อยของทะเลทรายซาฮารา อย่างไรก็ตามแผนการพัฒนาบางอย่างของประเทศยังไม่เป็นที่นิยม อย่างเช่นการปล่อยเช่าที่ดินให้กับนักลงทุนต่างชาติ 5.พม่า ตั้งแต่ 1966 ถึง 2016 ประเทศพม่าอยู่ภายใต้เผด็จการทหารที่มีสงครามหลายครั้งที่เกิดจากความเกลียดชัง และการกดขี่ข่มเหงต่อชาวมุสลิมโรฮิงยา และคริสเตียน เกิดการปราบปราม และการล้างเผ่าพันธุ์ทำให้สร้างวิกฤตผู้ลี้ภัยครั้งใหญ่ ทุกวันนี้พม่ามีแนวโน้มของประชาธิปไตยเพิ่มมากขึ้น แต่ทว่ากองทัพนำโดย พล.ต.ต. ตานฉ่วย ยังคงเป็นผู้ที่มีอำนาจสูงสุดในปัจจุบัน ในปี…
Read More
ประชาธิปไตยที่แท้จริงมุ่งประโยชน์เพื่อใคร

ประชาธิปไตยที่แท้จริงมุ่งประโยชน์เพื่อใคร

การปกครองแบบประชาธิปไตยสามารถแบ่งออกเป็น 2 ชนิดได้แก่ ประชาธิปไตยสายตรง และประชาธิปไตยตัวแทน เป็นระบบที่คัดตัวแทนมาขึ้นมาจากประชาชน เพื่อเข้ามามีบทบาทในการออก นโยบาย กฎหมาย และสิ่งอื่นๆ ทีเกิดขึ้นของรัฐบาลในนามของประชาชน เพื่อให้ประชาชนทั่วไปไม่จำเป็นต้องลงคะแนนเสียงในทุกประเด็นที่แยกกันเช่นเดียวกับในระบอบประชาธิปไตยโดยตรง ที่จะเปิดโอกาสให้ประชาชนสามารถเลือกผู้นำประเทศ มีอำนาจในการบริหารและตัดสินทางการเมือง โดยถือเป็นรัฐบาลของประชาชน อำนาจประชาธิปไตยตัวแทน 1.มอบอำนาจให้กับประชาชน รัฐบาลจำเป็นจะต้องใช้เสียงส่วนมากของประชาชนเพื่อการตัดสินใจ ประชาชนจะเป็นจุดยืนที่สำคัญที่เป็นตัวแทนในของการตัดสินใจในรัฐบาล 2.เป็นตัวถ่วงดุลอำนาจการตัดสินใจ ในระบอบประชาธิปไตย ตัวแทนของรัฐบาลทุกตำแหน่งจะต้องมีอำนาจเท่าเทียมกัน แต่ด้วยความรับผิดชอบที่แตกต่างกัน เช่น ฝ่ายนิติบัญญัติ และฝ่ายตุลาการ แต่ละคนคอยดูแลกันและกันเพราะไม่มีสาขาใดของรัฐบาล ที่สามารถใช้อำนาจทั้งหมดได้เพียงลำพัง โครงสร้างนี้ทำให้แต่ละตัวแทนสามารถเสนอความเห็นเกี่ยวกับกฎหมาย หรือนโยบายได้มีประสิทธิภาพมากยิ่งขึ้น 3.ทุกคนมีโอกาสแสดงจุดยืน ตราบใดที่คุณมีสิทธิ์ลงคะแนนเสียง คุณจะได้มีส่วนร่วมในระบอบประชาธิปไตย ถึงแม้ว่าบางคนจะคิดว่าคำแนะของพวกเขาไม่ค่อยมีค่า แต่ความสามารถในการมีส่วนร่วมในการเลือกตั้งนั้นจะไม่ได้ลดลง หากคุณสามารถลงคะแนน ทุกคนก็จะได้รับรู้ในการตัดสินใจของคุณ 4.ช่วยให้รัฐบาลตอบสนองได้อย่างรวดเร็ว ในสถานการณ์ฉุกเฉินระบอบประชาธิปไตยจะอนุญาตให้รัฐบาลดำเนินการอย่างรวดเร็ว เพื่อตอบสนองต่อภัยคุกคามที่อาจเกิดขึ้น โดยไม่จำเป็นต้องรอผลการอนุมัติจากประชาชน เจ้าหน้าที่ของรัฐสามารถดูสถานการณ์รวม และตัดสินใจแนวทางที่ดีที่สุดแล้วดำเนินการแก้ไขปัญหา 5.ส่งเสริมให้ผู้คนมีส่วนร่วมในการปกครอง เมื่อประชาชนรู้ว่ามีสิทธิในการร่วมปกครอง พวกเขามีแนวโน้มที่จะออกมามีส่วนร่วมในการเลือกตั้งมากขึ้น เมื่อมีการตัดสินใจที่สำคัญจะต้องทำ จะมีคนจำนวนมากขึ้นที่จะออกมาลงคะแนน อำนาจประชาธิปไตยสายตรง 1.ให้สิทธิ์แก่ประชาชนในการลงคะแนน สิ่งสำคัญที่ประชาชนมีส่วนร่วมในการปกครองได้ คือการออกเสียงเพื่อเลือกผู้นำประเทศของตน พวกเขาจะเลือกคนที่เหมาะสมเพื่อจะมาเป็นตัวแทนในการบริหารประเทศ 2.เปิดให้มีการเปลี่ยนแปลง ในระบอบประชาธิปไตยเจ้าหน้าที่ที่ได้รับการเลือกตั้ง ไม่สามารถอยู่ในอำนาจได้นานตามความต้องการของตน เพราะพวกเขาผูกพันกับรัฐธรรมนูญที่กำหนดให้ต้องยุติวาระการดำรงตำแหน่งตามเวลาที่กำหนด เช่นนายกรัฐมนตรี หรือ ประธานาธิบดี จะสามารถอยู่ในตำแหน่งได้วาระละ 4 ปี โดยต้องไม่เกิน 8 ปี 3.ส่งเสริมความเท่าเทียมกัน ในระบอบประชาธิปไตยมีความเสมอภาคกันในหมู่ประชาชน เนื่องจากใครก็ตามที่มีอายุบรรลุนิติภาวะ และเป็นพลเมืองของประเทศมีสิทธิ์ออกเสียงลงคะแนน
Read More
ประวัติประชาธิปไตยของไทยเป็นอย่างไร

ประวัติประชาธิปไตยของไทยเป็นอย่างไร

ย้อนความไปตั้งแต่สมัยโบราณ ราชอาณาจักรไทยใช้ระบอบสมบูรณาญาสิทธิราชย์ในการปกครองมาโดยตลอด แต่ถึงอย่างไรก็ตาม หลังจากเกิดเหตุการณ์ปฏิวัติสยาม พ.ศ. 2475 ประเทศไทยได้เกิดการเปลี่ยนแปลงครั้งใหญ่ กลายมาเป็น การปกครองระบอบราชาธิปไตยภายใต้รัฐธรรมนูญ’ หรือ อีกชื่อหนึ่งคือระบอบประชาธิปไตยอันมีพระมหากษัตริย์ทรงเป็นประมุข ทำให้รัฐธรรมนูญ ฉบับแรกถูกร่างขึ้น หากแต่การเมืองไทย ก็ยังคงต้องต่อสู้กับกลุ่มการเมืองระหว่างอภิชนหัวเก่าและหัวสมัยใหม่ ต่อมาประเทศไทยเกิดเหตุการณ์รัฐประหารอยู่หลายครั้ง หลายครา ซึ่งทำให้ประเทศไทย ต้องตกอยู่ภายใต้อำนาจของคณะรัฐประหารหลายคณะ จนถึงปัจจุบัน พ.ศ. 2561 ซึ่งสะท้อนให้เห็นถึงความไร้เสถียรภาพทางการเมืองอย่างสูง ปฏิบัติการณ์ประติวัติสยาม พ.ศ. 2475 การปฏิวัติสยาม พ.ศ. 2475 คือ เหตุการณ์ที่เป็นจุดเปลี่ยนครั้งยิ่งใหญ่ของประวัติศาสตร์ชาติไทย เกิดขึ้นวันที่ 24 มิถุนายน พ.ศ. 2475 ผลของเหตุการณ์นี้ ทำให้มีการเปลี่ยนแปลงรูปแบบการปกครอง จากประเทศที่ยึดถือระบอบ กษัตริย์ กลายเป็นราชาธิปไตยภายใต้รัฐธรรมนูญ และเกิดการเปลี่ยนแปลงอีกครั้ง กลายเป็นระบอบประชาธิปไตยแบบรัฐสภา โดยเกิดขึ้นจากคณะทหารและพลเรือนที่ร่วมพลังกัน เรียกตนเองว่าคณะราษฎร อันเป็นผลมาจากการเปลี่ยนแปลงทางด้านประวัติศาสตร์โลก รวมทั้งการเปลี่ยนแปลงทางสังคม โดยการปฏิวัติดังกล่าวทำให้ประเทศไทย มีรัฐธรรมนูญฉบับแรก อนุสาวรีย์ประชาธิปไตย โดยก่อนหน้าที่จะเกิดเหตุการณ์ปฏิวัติสยาม พ.ศ. 2475 ประเทศไทยยังไม่มีรัฐธรรมนูญที่ใช้ในการปกครองประเทศ โดยมีพระมหากษัตริย์ทรงเป็นองค์รัฏฐาธิปัตย์ รวมทั้งเป็นประมุขในฝ่ายบริหาร ตอมาในปี พ.ศ. 2475 มีการประกาศใช้รัฐธรรมนูญฉบับลายลักษณ์อักษร เป็นฉบับแรก โดยมีการคาดการณ์ว่า รัฐธรรมนูญฉบับนี้ จะกลายเป็นแนวปฏิบัติที่มีความสำคัญที่สุดในการปกครองประเทศ แต่ถึงอย่างไรก็ตาม เมื่อเกิดความขัดแย้งทางการเมืองขึ้น จึงทำให้ประเทศไทยเกิดรัฐประหารขึ้นเป็นครั้งแรก ในปี พ.ศ. 2477 รัฐธรรมนูญถูกยกเลิก รวมทั้งมีการประกาศใช้รัฐธรรมนูญฉบับใหม่แทนต่อมาหลังจากเกิดเหตุการณ์รัฐประหารในประเทศไทย พ.ศ. 2549 รัฐธรรมนูญ พ.ศ. 2540 ได้ถูกยกเลิกไป ทำให้คณะรัฐประหารได้ประกาศกฎอัยการศึกพร้อมจัดตั้งรัฐธรรมนูญฉบับชั่วคราว ขึ้นมาปกครองประเทศ โดยมีเนื้อหาให้คณะรัฐประหารมีอำนาจแต่งตั้งนายกรัฐมนตรี ฝ่ายนิติบัญญัติและสภาร่างรัฐธรรมนูญ ขึ้นมาเองได้ หากแต่กาลต่อมาคณะรัฐประหารถูกบีบให้จัดเลือกตั้งท้องถิ่น ให้เป็นปกติในปี พ.ศ. 2550 ทำให้เกิดรัฐธรรมนูญ พ.ศ. 2550 โดยเน้นเนื้อหา ด้านการเพิ่มสิทธิเสรีภาพ รวมทั้งการมีส่วนร่วมทางการเมืองของประชาชน ต่อมาเกิดความขัดแย้งทางการเมืองในประเทศไทยอีกครั้ง ในปี พ.ศ.2556-2557 เกิดรัฐประหารในประเทศไทยอีกครั้งพร้อมกับยกเลิกรัฐธรรมนูญ พ.ศ. 2550 ภายใต้การเข้าควบคุมอำนาจของคณะรักษาความสงบแห่งชาติ หรือ คสช. ซึ่งเป็นคณะรัฐประหาร พร้อมออกรัฐธรรมนูญ ฉบับชั่วคราว พ.ศ. 2557 ในปัจจุบันนี้ประเทศไทยได้ใช้ รัฐธรรมนูญ พ.ศ. 2560 ที่ผ่านการออกเสียงประชามติ พร้อมแก้ไขตามข้อสังเกตพระราชทานจำนวน 3 มาตรา
Read More
ประเทศใด ที่ปกครองด้วยระบอบประชาธิปไตยเป็นประเทศแรก

ประเทศใด ที่ปกครองด้วยระบอบประชาธิปไตยเป็นประเทศแรก

ประชาธิปไตยเกิดขึ้นเป็นครั้งแรกของโลก จากแนวคิดปรัชญาของกรีซในยุคโบราณ โดยนักปราชญ์เพลโตผู้ลือชื่อ ได้เปรียบเทียบประชาธิปไตยในทัศนะของเขาว่าเป็นการปกครองโดยผู้ถูกปกครอง ซึ่งเป็นรูปแบบทางเลือกสำหรับระบอบราชาธิปไตย คณาธิปไตยและเศรษฐยาธิปไตย โดยประชาธิปไตยแบบกรุงเอเธนส์เป็นการปกครองแบบประชาธิปไตยทางตรง ซึ่ง ประชาธิปไตยแบบเอเธนส์ มีความโดดเด่นอันเป็นเอกลักษณ์อยู่ 2 ประการ ได้แก่ มีการคัดเลือกพลเมืองเข้าสู่การทำงานของราชการ และมีการรวมตัวของพลเมืองจำนวนมาก ‘ประชาธิปไตย’ เกิดขึ้นเป็นครั้งแรกในกรีซยุคโบราณ พลเมืองทุกคน สามารถอภิปรายรวมทั้งลงมติในสภาได้ แต่ความเป็นพลเมืองของเอเธนส์นั้น มีข้อจำกัด คือ เว้นไว้ให้เฉพาะชายทุกคนที่เกิดจากบิดาที่เป็นพลเมือง และผู้อยู่ในภาวะรับราชการทหาร อายุ 18-20 ปีเท่านั้น โดยไม่รวมสิทธิของ ผู้หญิง, ทาส, ชาวต่างชาติ และผู้ชายที่มีอายุต่ำกว่า 20 ปีบริบูรณ์ จากจำนวนประชากรกว่า 250,000 คน มีผู้ได้รับสถานะพลเมืองเพียง 30,000 คนเท่านั้น นอกจากนี้ยังมีเพียง 5,000 คนเท่านั้น ที่เข้าไปอยู่ในสมัชชาประชาชน โดยเจ้าพนักงานกับผู้พิพากษาของรัฐบาลจำนวนมาก มาจากการกำหนดเลือก มีเพียงบรรดาแม่ทัพและเจ้าพนักงานเพียงส่วนน้อยเท่านั้นที่มาจากการเลือกตั้งอย่างแท้จริง ‘เกาะอาร์วัด’ อีกหนึ่งตัวอย่างของการปกครองระบบประชาธิปไตย เกาะอาร์วัด ในปัจจุบันคือประเทศซีเรีย โดยมีชาวฟินิเซียเป็นผู้ก่อตั้งเกาะแห่งนี้ขึ้นมาในสหัสวรรษที่ 2 ก่อนคริสตกาล ก็จัดเป็นอีกตัวอย่างหนึ่งของระบอบประชาธิปไตย โดยประชาชนต่างยึดถืออำนาจอธิปไตยของตนอย่างเหนียวแน่น ส่วนอีกตัวอย่างหนึ่ง คือ ประชาธิปไตยยุคเริ่มแรก ถือกำเนิดขึ้นมามาจากนครรัฐสุเมเรียน ณ ปัจจุบันคือรัฐพิหาร ประเทศอินเดีย อันเป็นรัฐบาลอันดับแรกของโลก ที่มีปัจจัยของการปกครองระบอบประชาธิปไตยอย่างน่าสนใจ นอกจากนี้ยังเคยมีหลักฐานชี้ให้เห็นว่า มีการปกครองซึ่งมีความเหมือนประชาธิปไตยด้วย โดยชาวเมเดสในช่วงศตวรรษที่ 6 ก่อนคริสตกาล แต่ก็ต้องมาถึงคราวสิ้นสุด เมื่อถึงรัชกาลของพระเจ้าดาไรอัสมหาราช ท่านเคยกล่าวเอาไว้ว่า ระบอบราชาธิปไตยที่ดี มีกำลังเหนือกว่าระบอบคณาธิปไตยและระบอบประชาธิปไตย ถึงแม้ในยุครัฐโรมัน จะมีการถือกำเนิดของการปกครองระบอบประชาธิปไตยในบางส่วน เช่น การออกกฎหมาย แต่ก็ยังไม่ได้เป็นประชาธิปไตยอย่างสมบูรณ์ เฉกเช่นทุกวันนี้ เพราะถึงแม้ชาวโรมันจะเลือกผู้แทนตนเข้าสู่สภาก็จริง หากแต่ก็ยังไม่รวมถึงสตรี, ทาส, คนต่างด้าว อีกมากมายหลายชีวิต ซึ่งไม่ใช้ทุกเสียงของประเทศนอกจากนี้ปกครองระบอบประชาธิปไตยในยุครัฐโรมัน ยังมอบน้ำหนักให้แก่บรรดาเศรษฐีรวมทั้งเจ้าหน้าที่ระดับสูงมากกว่า ดั่งที่ปรากฏว่าสมาชิกวุฒิสภามักมาจากครอบครัวมีชื่อเสียงมั่งคั่ง
Read More
ประชาธิปไตยที่แท้จริง ไม่ใช่แค่มีการเลือกตั้ง

ประชาธิปไตยที่แท้จริง ไม่ใช่แค่มีการเลือกตั้ง

โดยการเลือกตั้งเป็นวิธีที่นำมาซึ่งการคัดเลือกรัฐบาลที่จะเข้ามาเป็นตัวแทนของประชาชน สำหรับในระบบประชาธิปไตยที่มีการเลือกตั้ง ถ้ารัฐบาลไหนไม่ทำตามสัญญา ไม่บริหารอย่างซื่อตรง ไม่มีประสิทธิภาพ ไม่เป็นธรรม ประชาชนต้องมีสิทธิวิพากษ์ - วิจารณ์ พร้อมถอดถอน เพื่อผลักดันให้มีการเลือกตั้งใหม่อีกครั้ง หลักอำนาจอธิปไตย คือ ประชาชนมีสิทธิเลือกตั้งอย่างอิสระ เพื่อให้เกิดคณะรัฐบาล รวมทั้งสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร เข้ามาทำหน้าที่บริหารทรัพยากรแทนประชาชน ประชาชนต้องมีสิทธิคัดค้าน ตลอดจนถอดถอนคณะรัฐบาลและผู้แทนคนที่ประชาชนเห็นว่าไม่ได้ทำหน้าที่ของตนอย่างซื่อตรง เช่น ทุจริตฉ้อฉล, หาผลประโยชน์ทับซ้อน, รวยผิดปกติ เป็นต้น นอกจากนี้ หลักสิทธิเสรีภาพของประชาชน คือ การกระทำหรืองดเว้นการกระทำ ตราบใดที่การกระทำของเขา ไม่ได้ไปละเมิดสิทธิเสรีภาพของประชาชนผู้อื่น ไม่ได้ละเมิดต่อความสงบสุขเรียบร้อยของสังคมและความมั่นคงของประเทศชาติ เช่น ประชาชนสามารถวิจารณ์รัฐบาลในเรื่องนโยบายและพฤติกรรมต่างๆ ได้ ประชาชนทุกคนต้องเข้าถึงทรัพยากรรวมทั้งสาธารณสมบัติของสังคมได้อย่างเท่าเทียม โดยไม่ถูกแบ่งแยกด้วย ชาติพันธุ์  วัฒนธรรม ฐานะทางเศรษฐกิจ หรือเรื่องอื่นๆ นอกจากนี้ในเรื่องของหลักการเสียงข้างมากซึ่งเน้นย้ำอยู่เกือบตลอดเวลา ที่พูดเรื่องระบอบปกครองประชาธิปไตยนี้ ต้องกระทำควบคู่ไปกับการเคารพ รวมทั้งคุ้มครองสิทธิของเสียงข้างน้อยด้วย โดยมีแนวคิดว่าฝ่ายเสียงข้างมาก จะได้ไม่ใช้วิธีการแบบพวกมากเพื่อหาผลประโยชน์ให้แก่พวกของตนเท่านั้น หากแต่ในระบอบปกครองประชาธิปไตยต้องมีการดำเนินการเพื่อผลประโยชน์ของสมาชิกในสังคมทั้งหมด ต้องสร้างสังคมที่ประชาชนเสียงข้างน้อย ชนกลุ่มน้อยและผู้ด้อยโอกาสในกลุ่มต่างๆ สามารถเข้ามาอยู่ร่วมกับประชาชนกลุ่มเสียงข้างมากได้อย่างมีความสุข โดยปราศจากการเอารัดเอาเปรียบ จะได้ไม่เป็นการสร้างความขัดแย้งในสังคมมากจนเกินไป เนื่องจากสังคมจะสามารถพัฒนา เจริญเติบโต อย่างเข้มแข็งได้ จำเป็นต้องพึ่งพาอาศัยความร่วมมือ ร่วมแรงใจกัน รวมทั้งเกิดความสามัคคีกันในการทำงานของสมาชิกทุกคน ทั้งนี้หลักการเสียงข้างมาก ไม่ได้ต้องการเกิดเผด็จการ จากสภาผู้แทนราษฎรเสียงส่วนใหญ่ คือ จำนวนที่เกินครึ่งหนึ่ง โดยในสภาผู้แทน จะต้องฟังเสียงคัดค้าน คำวิพากษ์-วิจารณ์ของฝ่ายค้าน สื่อมวลชน รวมทั้งนักวิชาการและองค์กรประชาชน โดยสังคมประชาธิปไตย ต้องมุ่งเน้นผลักดันให้สังคมที่พัฒนาให้ชนชั้นนำ รวมทั้งให้ประชาชนส่วนใหญ่มีแนวคิดแบบ เสรี-ประชาธิปไตยแบบใจกว้าง ต้องมีความเชื่อมั่นอย่างแรงกล้า ในเรื่องสิทธิเสรีภาพของปัจเจกชน นอกจากนี้ต้องปรับปรุงปฏิรูปสังคมด้วยความสันติวิธี ให้รับการยอมรับพร้อมส่งเสริมคติแบบพหุนิยม รวมทั้งความหลากหลายทางชาติพันธุ์  กลุ่มชน วัฒนธรรม โดยรวมทั้งความเชื่อทางด้านศาสนาต่างๆ ด้วยจิตใจอันเปิดกว้าง
Read More