ที่มาของประชาธิปไตยทางอ้อม คือ

ที่มาของประชาธิปไตยทางอ้อม คือ

ระบอบประชาธิปไตย คือ การปกครองประเทศในรูปแบบหนึ่ง ซึ่งประชาชนทุกคนในประเทศ มีส่วนร่วมในการกำหนดนโยบาย เพื่อผลประโยชน์ของประชาชนในรัฐ ลักษณะที่มีความสำคัญและเป็นเอกลักษณ์ของระบอบประชาธิปไตย รูปแบบการปกครองระบอบประชาธิปไตย ถือกำเนิดขึ้นมาเป็นครั้งแรกของโลก ในยุคกรีกโบราณ มีลักษณะโดดเด่นสำคัญ ได้แก่… ลักษณะทางสังคม ต้องการความเสมอภาคในการดำเนินชีวิต ประชาชนทุกคนมีความเท่าเทียมกัน ลักษณะทางเศรษฐกิจ ประชาชนสามารถรับประโยชน์สุขทางเศรษฐกิจได้ ตามสมควร ลักษณะทางการเมือง ประชาชนต้องมีสิทธิ มีเสียงทางการเมือง สามารถวิจารณ์การทำงานของรัฐบาลได้ หลักการปกครองระบอบประชาธิปไตย มีสาระสำคัญ ดังนี้… อำนาจอธิปไตย คือ อำนาจสูงสุด ประชาชนต้องเข้ามามีส่วนร่วมในการปกครอง ต้องใช้หลักการในปกครองเพื่อสร้างประโยชน์ให้แก่ประชาชน ใช้หลักเหตุผลมาประกอบความคิดเห็นในการดำเนินงานต่างๆ แนวทางของประชาธิปไตยต้องการให้มีเกิดกระทำด้วยความสมัครใจ ใช้การปกครองด้วยเสียงข้างมาก ในการหาการตัดสินใจ แต่ถึงกระนั้นก็ไม่ได้ทิ้งเสียงข้างน้อย โดยอาจเก็บเอาไว้พิจารณาในครั้งต่อไป หรือเอาไว้ถ่วงดุล รัฐบาลมีอำนาจอย่างจำกัด โดยอำนาจสั่งการนั้นจะต้องไม่ละเมิดสิทธิและเสรีภาพของประชาชน หลักสิทธิเสรีภาพ ความเสมอภาคของประชาชน คือ การใช้สิทธิอันชอบธรรมของตน พยายามหลีกเลี่ยงความขัดแย้ง รวมทั้งไม่ทำให้เกิดความรุนแรง ใช้การพูดคุยอย่างประนีประนอมเพื่อแสวงหาทางออกดีที่สุด รูปแบบการปกครองในระบอบประชาธิปไตย ไม่ได้มีแค่แบบเดียว โดยรูปแบบการปกครองของประชาธิปไตย จำแนกออกได้เป็นหลายประเภท ไม่ได้มีกำหนดตายตัว เพราะต้องการปรับเปลี่ยนให้เกิดความเหมาะสมของแต่ล่ะประเทศ ที่มีปัจจัยในเรื่องต่างๆ ไม่เหมือนกัน โดยบางประเภทอาจให้เสรีภาพแก่พลเมืองมากกว่ารูปแบบอื่น และหนึ่งในรูปแบบที่เราจะนำมาเสนอกันในวันนี้ นั่นก็คือ ประชาธิปไตยทางอ้อม ประชาธิปไตยทางอ้อม ประชาธิปไตยแบบมีผู้แทน มีอีกชื่อหนึ่งเรียกว่า ประชาธิปไตยทางอ้อม โดยความหมาย คือ การปกครองที่ประชาชนจะทำหน้าที่เลือกผู้แทนไปทำหน้าที่แทนตน เพื่อร่วมตัดสินใจทางการเมือง โดยเป็นรูปแบบของประชาธิปไตยที่ได้รับความนิยมมากที่สุดในปัจจุบัน ประชาธิปไตยแบบมีผู้แทน จัดเป็นการปกครองอีกรูปแบบหนึ่ง โดยตั้งอยู่บนแนวความคิดว่า ข้าราชการจากการเลือกตั้งที่เข้ามาเป็นผู้แทนกลุ่มประชาชน มีความแตกต่างไปจากต่อประชาธิปไตยทางตรง ซึ่งประชาธิปไตยแบบตะวันตกสมัยใหม่ล้วน เป็นประชาธิปไตยแบบมีผู้แทน เช่น สหราชอาณาจักร เป็นต้น โดยประชาธิปไตยแบบมีผู้แทน จัดเป็นปัจจัยประกอบขั้นพื้นฐานแต่มีความสำคัญมาก ของทั้งระบบรัฐสภาหรือระบบประธานาธิบดี อีกทั้งยังนำไปใช้ในสภาล่างได้อีกด้วย เช่น สภาสามัญชน ของสหราชอาณาจักร เป็นต้น โดยอาจมีการกำกับอีกทีหนึ่งโดยรัฐธรรมนูญ เช่น สภาสูง เป็น และในสภาอำนาจก็ต้องอยู่ในมือของผู้แทนราษฎรที่มาจากการโหวตโดยประชาชน
Read More
ประชาธิปไตยทางเลือกสำหรับสังคมไทย

ประชาธิปไตยทางเลือกสำหรับสังคมไทย

หลังจากเหตุการณ์คณะราษฎรได้บุกเพื่อเข้ายึดอำนาจ วันที่ 24 มิถุนายน พ.ศ.2475 ประเทศไทยเกิดการเปลี่ยนแปลงครั้งใหญ่ แต่เดิมคือการปกครองด้วยระบอบสมบูรณาญาสิทธิราชย์ กลายมาเป็นระบอบการปกครองแบบประชาธิปไตยอันมีพระมหากษัตริย์เป็นประมุข หากแต่ตลอดระยะเวลาผ่านมา กลับมีการวิพากษ์วิจารณ์อยู่หลายครั้ง ว่าประชาธิปไตยนั้นเป็นแบบไทย และ ณ ปัจจุบันเสียงสะท้อนกลับทวีความรุนแรงยิ่งกว่านั้น คือ ระบอบการปกครองแบบประชาธิปไตยนั้นอาจไม่เหมาะกับสังคมไทยก็ได้ ประชาธิปไตยทางเลือก ซึ่งอยากให้มีการประยุกต์ให้เหมาะกับสังคมไทย การปกครองระบอบประชาธิปไตย ถือกำเนิดขึ้น ณ  นครเอเธนส์ เมื่อ 2,000 ปีมาแล้ว โดยในยุคตั้งต้นประชาธิปไตยถูกมองไม่ดีมาตลอด นักปรัชญาในอดีตส่วนใหญ่ไม่มีใครเห็นดีเห็นงามกับการปกครองระบอบประชาธิปไตยนัก โดยเพลโต้ และอริสโตเติล 2 นักปรัชญาผู้ยิ่งใหญ่  มองว่าประชาธิปไตย จะทำให้สังคมสูญเสียที่จะได้ใช้ประโยชน์จากกลุ่มคนผู้มีปัญญาและทรัพย์สินมาก ในการนำมาพัฒนาประเทศ ทางด้าน Jackson ประธานาธิบดีคนที่ 7 ของสหรัฐอเมริกาไม่ได้ชื่นชอบประชาธิปไตยเช่นเดียวกัน กาลเวลาดำเนินมาถึงศตวรรษที่ 20 มุมมองเกี่ยวกับประชาธิปไตยจึงเริ่มมีการเปลี่ยนแปลงไป ซึ่งทำให้มีการมองในแง่ดีมากขึ้น ตามปกติทั่วไปเมื่อพูดถึงประชาธิปไตย หลายๆ คนมักเข้าใจผิดคิดว่ามีเพียงรูปแบบเดียว หากแต่ความจริงแล้วประชาธิปไตยก็มีมากมายหลายแบบต่างกัน สำหรับในวันนี้เราจะยกตัวอย่างให้คุณศึกษา 3 แบบ ประชาธิปไตยนครเอเธนส์ ซึ่งเป็นแนวคิดแบบรุ่นแรก มีลักษณะเด่น คือ เป็นการปกครองโดยใช้อำนาจของประชาชนโดยตรง หากแต่ต่อมาได้มีการนำมาประยุกต์ใช้ในโลกสมัยใหม่ จากการเน้นการทำกิจกรรม รวมทั้งการมีส่วนร่วมทางการเมืองของประชาชน ในขณะเดียวกันประชาชน ก็ต้องแบกรับหน้าที่ในการปกครองบ้านเมืองอีกด้วย ประชาธิปไตยปกป้อง มีเอกลักษณ์ คือ ให้ประชาชนมีเครื่องมือในการปกป้องตนเองจากการล่วงละเมิดของรัฐบาล เป็นการสร้างพื้นที่ให้แก่สิทธิเสรีภาพของปัจเจกบุคคลให้มีความกว้างที่สุด เพื่อป้องกันการล่วงละเมิดของรัฐบาลซึ่งมีอำนาจมากที่สุด มีความเชื่อว่า สิทธิ์การเลือกตั้งเป็นหนทางเดียวซึ่งจะช่วยส่งเสริมความสุข สำหรับประชาชนมากที่สุด ประชาธิปไตยพัฒนา มีความเห็นว่าประชาธิปไตยคือเครื่องมือสำคัญ อันทำให้มนุษย์บรรลุถึงเสรีภาพมากที่สุด อีกทั้งยังต้องการความเสมอภาคทางเศรษฐกิจอีกด้วย และสนับสนุนให้มีการปกครองท้องถิ่นอย่างเข้มแข็ง เป็นอิสรเสรี โดยเชื่อว่า จะเป็นการขยายโอกาสให้แก่ประชาชนมากขึ้น สรุปแล้ว การปกครองระบอบประชาธิปไตย ต้องการให้ประชาชนได้มีส่วนร่วมในการกำหนดทิศทางการปกครอง รวมทั้งบุคคลซึ่งทำหน้าที่ปกครองประเทศ แต่ทั้งนี้ก็ขึ้นอยู่กับเงื่อนไขทางสังคม เศรษฐกิจ อุดมการณ์ รวมทั้งการเมืองของแต่ละประเทศ เพราะฉะนั้นประชาธิปไตยของแต่ละประเทศจึงไม่เหมือนกัน หากแต่มีเกณฑ์ 2 ประการ อันเป็นหัวใจสำคัญของประชาธิปไตย ก็คือ… สิทธิทางการเมือง ได้แก่ สิทธิเลือกตั้ง สิทธิสมัครรับเลือกตั้ง รวมทั้งสิทธิจัดตั้งพรรคการเมือง เสรีภาพของพลเมือง ได้แก่ เสรีภาพในการพูด เขียน อ่าน และชุมชนในที่สาธารณะ
Read More
ประชาธิปไตยโดยตรง ความหมายคือ

ประชาธิปไตยโดยตรง ความหมายคือ

‘ประชาธิปไตยโดยตรง’ เป็นอีกรูปแบบหนึ่งของการปกครองในระบอบประชาธิปไตยแบบดั้งเดิม สมัยโบราณ โดยประชาชนมีหน้าที่ตัดสินใจในการออกกฎหมาย รวมทั้งนโยบายต่างๆ โดยตรง สามารถทำได้ด้วยการเสียงลงคะแนนเสียง มีความแตกต่างจากประชาธิปไตยในปัจจุบันนี้มาก เพราะประชาธิปไตยในปัจจุบันนี้เป็นประชาธิปไตยแบบเลือกผู้แทน ให้เข้าไปทำหน้าที่ตัดสินใจแทนตน สำหรับประชาธิปไตยโดยตรง สามารถแบ่งรูปแบบได้เป็น 2 อย่าง คือ ประชาธิปไตยมีส่วนร่วมและประชาธิปไตยปรึกษาหารือ ประวัติความเป็นมาของประชาธิปไตยโดยตรง ประชาธิปไตยโดยตรงถือกำเนิดขึ้นมาจากประชาธิปไตยดั้งเดิม อันเป็นประชาธิปไตยต้นกำเนิด ของชาวเอเธนส์ เมื่อ 5 ศตวรรษก่อนคริสต์ศักราช โดยไม่ให้อำนาจแก่ประชาชนทั้งหมด เพราะไม่รวมเสียงของ ผู้หญิง คนต่างด้าว และทาส ในยุคนั้นเอเธนส์ มีประชาชนที่เป็นเพศชายเพียง 30,000 คน มีประชาชนหลายพันคนที่เข้ามามีส่วนร่วมทางการเมืองในแต่ละปี ประชาธิปไตยเอเธนส์เป็นแบบโดยตรง ประชาชนยังมีหน้าที่ควบคุมผ่านฝ่ายบริหาร รวมทั้งฝ่ายตุลาการได้อีกด้วย ส่วนประชาธิปไตยปัจจุบันมีการเปลี่ยนให้เหมาะกับกับจำนวนประชากรเพิ่มมากขึ้น กลายเป็นมีผู้แทนเข้ามาทำหน้าที่แทนประชาชนส่วนใหญ่ โดยรัฐบุรุษ Solon ขุนนาง Cleisthenes และนักการเมืองนาม Ephialtes ชายผู้มีชื่อเสียง 3 คนนี้ ล้วนเข้ามามีบทบาทพัฒนาระบอบประชาธิปไตยแบบเอเธนส์ด้วยกัน หากแต่รัฐธรรมนูญของ Solon กลับล่มสบายแล้วจึงถูกทดแทน ด้วยระบอบทรราชย์ของ Peisistratus นั่นเอง สำหรับกรุงโรม เป็นสถานที่ถือกำเนิดของประชาธิปไตยทั้งโดยตรงและโดยอ้อม โดยเริ่มมาตั้งแต่อาณาจักรโรมันจวบจนกระทั่งจักรวรรดิโรมันล่มสลาย ซึ่งวุฒิสภาโรมันได้ยืนหยัดคงอยู่ตลอดช่วงยุคของราชอาณาจักร สาธารณรัฐ และจักรวรรดิ อีกทั้งยังคงอยู่ ถึงแม้โรมตะวันตกจะเสื่อมลงก็ตาม โดยวุฒิสภาโรมันยังคงทรงอิทธิพลในสภานิติบัญญัติ ณ ปัจจุบันนี้ ในสถานที่ต่างๆ ทั่วโลก ในส่วนของกระบวนการประชาธิปไตยโดยตรง สาธารณรัฐโรมันโบราณได้สร้างกฎหมายโดยประชาชนขึ้นมา โดยเป็นการรวมการร่างกฎหมาย ผ่านกฎหมาย รวมทั้งอำนาจยับยั้งกฎหมาย ส่วนขั้นตอนการออกกฎหมายโดยฝีมือของประชาชนในยุคปัจจุบัน ถือกำเนิดมาจากเมืองต่างๆ ของประเทศสวิตเซอร์แลนด์ ในคริสต์ทศวรรษ 13 เมื่อกาลเวลาเดินทางมาถึงในปี ค.ศ. 1847 ชาวสวิสจึงเพิ่มอำนาจ เรื่อง การขอเสียงประชามติซึ่งมีต่อบทกฎหมาย ต่อมาจึงพบข้อเสียว่า การมีอำนาจเป็นเพียงแค่การยับยั้งกฎหมายของรัฐสภายังไม่พอ หากแต่ในปี ค.ศ. 1891 จึงมีการเพิ่มอำนาจ การริเริ่มแก้ไขเพิ่มเติมรัฐธรรมนูญ มาตั้งแต่ปี ค.ศ. 1891 นี่จึงนับเป็นอีกเหตุการณ์สำคัญของโลก ที่เกี่ยวกับการแก้ไข เพิ่มเติมรัฐธรรมนูญที่เริ่มรวมทั้งตัดสินโดยประชาชน ในช่วงเวลา 120 ปีที่ผ่านมา มี 240 ครั้งที่ได้ลงประชามติ ประชาชนค่อนข้างเอนเอียงไปทางอนุรักษ์นิยม ซึ่งได้ผ่านเพียงแค่ 10% บ่อยครั้งก็ยังเลือกรัฐธรรมมนุญฉบับซึ่งเขียนใหม่โดยรัฐบาล
Read More
ประชาธิปไตยครึ่งใบ ความหมายคืออะไร

ประชาธิปไตยครึ่งใบ ความหมายคืออะไร

ประชาธิปไตยครึ่งใบ คือ ระบอบการปกครอง ที่มอบอำนาจอธิปไตยให้แก่นักการเมืองกับข้าราชการ ซึ่งขัดกับทฤษฎีประชาธิปไตย ประชาธิปไตยครึ่งใบต้องอยู่กับประชาชนและผู้แทนที่ประชาชนเลือก โดยสภาวการณ์นี้ เป็นผลต่อเนื่องมาจากระบบการเมืองของประเทศไทย ซึ่งชนชั้นข้าราชการ มีอำนาจปกครองมาตั้งแต่สมัยโบราณ อีกทั้งยังเป็นชนชั้นที่มีการศึกษาสูงกว่าประชาชนทั่วไป ทำความเข้าใจให้ลึก กับ ประชาธิปไตยครึ่งใบ ถึงแม้ว่าประเทศไทยจะมีการเปลี่ยนแปลงการปกครองแล้วก็ตาม หากแต่ข้าราชการก็ยังคงมีฐานะอยู่เดิม เนื่องจากในยุคแรกของการเปลี่ยนแปลง ประชาชนยังไม่พร้อมเข้ามามีบทบาททางการเมือง และทางฝั่งข้าราชการเองก็ยังไม่พร้อมจะยอมรับใช้ประชาชน ในการเข้ามามีส่วนร่วมในระบบการปกครองของประเทศไทย เพราะฉะนั้นหลัง พ.ศ.2475 จึงถูกเรียกว่า อำมาตยาธิปไตย นอกจากนี้ อีกหนึ่งเหตุการณ์ที่เข้ามาเปลี่ยนแปลงบทบาทหน้าที่ของข้าราชการกับประชาชนคน คือ เหตุการณ์ 14 ตุลาคม พ.ศ. 2516 ทำให้ข้าราชการโดนลดบทบาททางการเมืองลง ทำให้นักการเมืองเข้ามามีบทบาทเพิ่มมากขึ้น เพราะประชาชนคนชั้นกลางสนใจการเมืองเพิ่มมากขึ้น ในช่วงเวลานี้ มีการช่วงชิงอำนาจระหว่างข้าราชการกับนักการเมืองอย่างรุนแรง ทำให้เกิดการใช้กำลังแย่งชิงอำนาจขึ้น และเกิดการถือกำเนิดขึ้นของประชาธิปไตยครึ่งใบ ซึ่งเป็นสภาวะของการออมชอมระหว่างทั้ง 2 กลุ่ม ย้อนไปในอดีตช่วงเวลาที่เรียกว่าประชาธิปไตยครึ่งใบ ได้แก่ยุคของ พล.อ. เกรียงศักดิ์ ชมะนันทน์ และ พล.อ. เปรม ติณสูลานนท์ ปี พ.ศ. 2520-2531 หลังจากนั้นเมื่อ พล.อ. ชาติชาย ชุณหะวัณ ได้ก้าวขึ้นตำแหน่งนายกรัฐมนตรี ในปี พ.ศ. 2531 ก็หมดยุคประชาธิปไตยครึ่งใบไป… โดยการเปลี่ยนแปลงที่ทำให้ ‘ระบอบประชาธิปไตยครึ่งใบ’ ถือกำเนิดขึ้น คือ… เศรษฐกิจเจริญเติบโตขึ้นอย่างรวดเร็ว จนเกิดยุคที่ธุรกิจและชนชั้นกลางเฟื่องฟู โดยเป็นพลังทางสังคม ที่เจริญเติบโตอย่างมั่นคงมากขึ้นเรื่อยๆ อีกทั้งยังมีความต้องการอย่างแรงกล้า ในการเข้ามามีส่วนร่วมทางการเมือง จนกองทัพไม่อาจเพิกเฉยได้ สงครามระหว่างไทยกับพรรคคอมมิวนิสต์จบลง ทำให้เรื่องความมั่นคงหมดไป ชนชั้นนำราชการของประเทศไทย จึงมีความรู้สึกปลอดภัยที่จะให้มีประชาธิปไตยแบบรัฐสภา เรื่องราวภายในกองทัพ ผู้นำทางทหารระดับสูงหลายคน เปิดใจกว้างพร้อมเปลี่ยนทัศนคติของตนเอง ให้การยอมรับประชาธิปไตย พวกเขาเปลี่ยนมาคิดว่า ประชาธิปไตยไม่ใช่ระบอบที่ชั่วร้าย หากแต่เป็นระบอบที่ปกติซึ่งเปิดให้ทุกฝ่ายได้กระจายอำนาจกัน เห็นว่ารัฐประหาร ไม่ใช่ทางออก แต่ถึงอย่างไรก็ตาม การปรับเปลี่ยนนี้ไม่ได้เกิดขึ้น เพราะผู้นำกองทัพหันมายึดมั่นต่ออุดมการณ์ประชาธิปไตยอย่างลึกซึ้งหากแต่มันเกิดขึ้นเพราะผู้นำกองทัพในยุคนั้นเน้นเรื่องปฏิบัตินิยม หรือมองโลกตามความเป็นจริงไม่ได้ฝืนกระแสสังคม
Read More
ประชาธิปไตยแบบไทยๆ ที่สากลยอมรับ มีลักษณะอย่างไร

ประชาธิปไตยแบบไทยๆ ที่สากลยอมรับ มีลักษณะอย่างไร

นายกรัฐมนตรี ประยุทธ์ จันทร์โอชา ได้ออกมากล่าวว่า เราจะต้องสร้างระบอบประชาธิปไตยแบบไทย ที่สากลให้การยอมรับ ซึ่งเป็นความท้าทายอันยากมาก เนื่องจากต้องมีการตกลงกันกับประชาชนก่อนว่า ‘ประชาธิปไตย’ มีนิยามว่าอย่างไร ประชาธิปไตยแบบไทยๆ นั้นควรเป็นอย่างไร ? ถึงแม้จะยึดหลักคำว่า ‘สากล’ แต่ก็ยังต้องมาคิดต่ออีกว่า ‘สากลแบบไหน’ เนื่องจากในปัจจุบันนี้มีทั้ง ‘สากล’ ที่มีทั้งแบบตะวันตกกับแบบตะวันออก โดยความหมายของทั้ง 2 ฝั่งก็มีความแตกต่างกันไป โดยการจะหาข้อสรุปที่ให้มีการปกครองแบบ ‘ประชาธิปไตยแบบไทย ที่สากลยอมรับ’ จึงเป็นเรื่องไม่ง่าย เพราะทุกฝ่ายต่างก็อ้างว่าตนเป็น ‘ประชาธิปไตย’ ด้วยกันทั้งสิ้น และท้ายสุดแล้วก็ต้องมาจบกับคำถามว่า ประชาชนคนไทยสามารถอยู่ร่วมกันภายใต้กติกา และเคารพค่านิยมพื้นฐานของสังคมได้อย่างไร ? โดยหัวข้อสำคัญที่สุด ก็คือ ความเท่าเทียม, เคารพในความเห็นต่าง, มีน้ำใจนักกีฬา นอกจากนี้ยังต้องอยู่ร่วมกันบนพื้นฐานของการไม่ยอมรับการฉ้อโกง, ทุจริต รวมทั้งการใช้อำนาจที่ตกลงกันอย่างยุติธรรม รวมทั้งไม่ข่มขู่เสียงข้างน้อยและนี่คือนิยามของ ‘ค่านิยมสากล’ ไม่ว่าจะอ้างความเป็นประชาธิปไตยในรูปแบบใด ก็ต้องยึดถือหลักปฏิบัติเช่นนี้เหมือนกัน ส่วนคำถามว่า ‘ประชาธิปไตยแบบไทย’ น่าจะแสดงสื่อถึง การไม่ใช้ความรุนแรงตัดสินปัญหา รวมทั้งหาทางออกในความเห็นต่างด้วยสันติวิธี ยึดมั่นในหลักทางสายกลาง ไม่ใช้เงินหรืออำนาจมาปูทางชะตากรรมของประเทศชาติ หากแต่ต้องถือเอาความปรองดองเป็นวิถีปฏิบัติ โดยสิ่งเหล่านี้คือ ‘ค่านิยมอันมีคุณค่า’ ในความเป็นไทย ซึ่งควรนำมาส่งเสริมความเป็น ‘ประชาธิปไตย’ เพราะในอดีตมีอยู่บ่อยครั้งเกิดค่านิยมว่า ถ้าใครชนะเลือกตั้งก็จะทำอะไรก็ได้ รวมถึงละเมิดสิทธิเสียงส่วนน้อยด้วย โดยศัตรูของ ‘ประชาธิปไตย’ ในประเทศไทยที่ผ่านมาจนถึงในปัจจุบัน คือความฉลาดแกมโกง ของนักการเมืองบางกลุ่ม ที่ตีความกฎหมายทุกอย่างให้เข้าข้างตนเอง โดยไม่สนใจถึงความถูกต้อง และ ‘ระบอบประชาธิปไตย’ ของไทยเริ่มดิ่งลงเหวอีกครั้ง เมื่อมีการซื้อเสียงเพื่อได้อำนาจมาและใช้ประชานิยมให้กลุ่มของตนสามารถกำหนดชีวิตคนไทยได้ทั้งหมด ซึ่งเป็นที่มาของความขัดแย้งอย่างรุนแรงในระยะสิบปีที่ผ่านมา สรุปแล้ว ‘การปกครองระบอบประชาธิปไตย’ ไม่ได้เป็นปัญหาสำหรับประเทศไทย แต่การนำมาใช้ในต่างหากซึ่งนำมาสู่ภาวะอันเหลวแหลกของบ้านเมือง จนกระทั่งนำมาสู่สภาวการณ์ปัจจุบัน ซึ่งทุกฝ่ายต้องออกมาหาทาง ‘ปฏิรูป’ ร่วมกันมองอย่างรอบด้านจริงจัง เน้นความสงบสุขของปวงชน เพราะฉะนั้น ประชาธิปไตยแบบไทย จึงต้องกลับมาเริ่มนับหนึ่งใหม่อีกครั้ง สิ่งสำคัญ คือ ต้องกลับไปยกระดับการศึกษา พร้อมสร้างจิตสำนึกของคนไทยอย่างกว้างขวาง
Read More
หลักการสำคัญของประชาธิปไตยที่จะพาประเทศก้าวหน้า

หลักการสำคัญของประชาธิปไตยที่จะพาประเทศก้าวหน้า

ระบบการปกครองระบอบประชาธิปไตยนั้น คือการที่ปกครองโดยอำนาจของคนในประเทศ ทุกคนจะมีสิทธิเสรีภาพในการตัดสินใจ มีความเท่าเทียมกันในด้านการเลือกตั้ง การรักษาพยาบาล และการศึกษา รวมถึงการดำเนินธุรกิจหรืออาชีพเลี้ยงตนเอง ตัวแทนที่จะเข้ามาบริหารประเทศนั้นจะต้องมาจากการเลือกตั้งของประชาชนเพราะคนที่เข้ามาเป็นตัวแทนนั้นจะต้องเป็นตัวแทนของประชาชนที่เข้ามาบริหารประเทศ เพื่อประโยชน์ส่วนรวมของคนในชาติ และประชาชนทุกคนสามารถตรวจสอบผู้แทนเหล่านั้นได้โดยไม่มีเงื่อนไข หลักการที่สำคัญของประชาธิปไตยที่ทุกคนต้องรู้ อำนาจแห่งประชาธิปไตยเป็นของประชาชนทุกคน ดังนั้นประชาชนทุกคนมีสิทธิเสรีภาพ ที่จะเลือกตัวแทนเข้ามาให้บริหารประเทศ และทำหน้าที่แทนตนเอง สิทธิเสรีภาพ เป็นหัวใจสำคัญของการปกครองระบอบประชาธิปไตย สิทธิต่างๆ ที่ทุกคนสามารถทำอะไรก็ได้แต่ต้องไม่ละเมิดสิทธิของผู้อื่น ความเสมอภาค ในระบอบประชาธิปไตย ประชาชนทุกคนมีความเสมอภาคกัน ทุกคนมีสิทธิที่จะลงคะแนนเสียงได้คนละ 1 เสียงเท่ากัน หลักนิติธรรม เป็นการใช้กฎหมายเข้ามาบริหารประเทศได้ประเทศนั้นเกิดความเป็นระบบ ระเบียบในการอยู่ร่วมกันของประชาชน ซึ่งทุกคนต้องอยู่ภายใต้กฎหมายไม่เว้นแต่พระมหากษัตริย์ก็ต้องอยู่ภายใต้กฎหมายเช่นเดียวกัน ค่านิยมของความเป็นประชาธิปไตย ซึ่งเป็นค่านิยมจากการถูกอบรม ไม่ว่าจะเป็นภายในครอบครัว สถานศึกษา และภายในสังคม ให้ประชาชนทุกคนมีความเชื่อมั่นในกระบวนการของการปกครอง และทำให้คนอื่นที่มองเข้ามานั้นเห็นถึงความเสมอภาคของคนภายในประเทศ ความอดทนอดกลั้น ใจกว้างและมีน้ำใจนักกีฬาในสังคม เนื่องจากภายในประเทศนั้นมีระบบการปกครองแบบประชาธิปไตย ซึ่งทุกคนต้องยอมรับในข้อแตกต่างของเชื้อชาติ ศาสนา และภาษา รวมถึงขนบประเพณีไทย เปิดกว้างในการยอมรับความคิดเห็นจากคนอื่น หากจะต้องเจอกับอะไรที่ขัดใจกับตนเองรู้จักสำรวมกิริยาเพื่อการอยู่ร่วมกันในสังคมไม่ให้มีปัญหา ระบบการปกครองของประชาธิปไตย ถือว่าเป็นกรรมวิธีที่จะทำให้เป้าหมายด้านการเมือง เป็นเป้าหมายที่อยู่สูงที่สุด ซึ่งเป้าหมายและกรรมวิธีต้องไปด้วยกัน คือการที่จะเดินทางไปถึงเป้าหมายนั้นคุณต้องใช้วิธีที่ถูกต้องและเป็นที่ยอมรับของคนในประเทศ อย่าทำลายกระบวนความถูกต้องโดยการวิธีการในการลบในการดำเนินงาน เพราะถึงแม้ว่าผลประโยชน์จะตกแก่ประชาชน แต่มักจะไม่ได้การยอมรับจากภายนอกที่มองเข้ามาภายในประเทศ ทำให้ประเทศโดนดูหมิ่นจากการกระทำที่ผิดๆ อีกด้วย ผู้ดำรงตำแหน่งบริหารระดับสูงไม่ว่าจะเป็นด้านนิติบัญญัติหรือด้านบริหาร คุณต้องพึงระลึกไว้ว่าตนเองนั้นเป็นตัวแทนของประชาชนทั้งหลาย ดังนั้นการที่จะกระทำอะไรก็แล้วแต่ ต้องทำให้เกิดประโยชน์สูงสุดแก่ประชาชน ไม่ใช่ตนเอง การบริหารต้องอยู่ภายใต้ความถูกต้องและเหมาะสม เพื่อสร้างความเชื่อถือให้กับประชาชนที่เลือกให้ท่านมาบริหารประเทศ การบริหารบ้านเมืองต้องมีหลักธรรมาภิบาล ซึ่งหมายถึงความโปร่งใส ขาวสะอาด สามารถตรวจสอบได้ มีความรับผิดชอบกับสิ่งที่ได้รับมอบหมายและทำออกมาให้ดีที่สุด
Read More
ประชาธิปไตย ระบบความปกครองของชาติไทย

ประชาธิปไตย ระบบความปกครองของชาติไทย

การปกครอบในระบบประชาธิปไตยอยู่กับสังคมไทยมาอย่างช้านาน เป็นการปกครองแบบที่ใช้อำนาจเสียงข้างมากที่มาจากประชาชน ไม่ว่าจะเป็นการเลือกตั้ง หรือลงนามเพื่อจะทำกิจกรรมอย่างใดอย่างหนึ่ง โดยประชาชนนั้นมีสิทธิต่างๆ ในการตัดสินใจระบบนี้ทำให้ประชาชนนั้นอยู่ร่วมกันอย่างมีระเบียบวินัย เพราะต้องยอมรับให้ผลข้างมากที่ออกมาก ประชาธิปไตยเริ่มแรกนั้นเกิดขึ้นจากยุคสมัยกรีกโบราณซึ่งเรียกว่าเป็นประชาธิปไตยทางตรง ที่ทุกคนในชาติล้วนมีสิทธิเข้ารวมการออกเสียงในการเลือกตั้งผู้นำ ซึ่งจะมีตำแหน่งที่ไล่ระดับลงมา จากตัวแทนประเทศ ตัวแทนจังหวัด ตัวแทนอำเภอ ตัวแทนตำบล จนมาถึงตัวแทนหมู่บ้านนั่นเอง ถึงแม้ว่าในสังคมปัจจุบันนั้นอาจจะยังไม่มีคำนิยามที่จะบ่งบอกถึงลักษณะของระบบปกครองแบบประชาธิปไตยแบบโดยตรง แต่หลายๆ คนก็ไม่สามารถปฏิเสธได้เลยว่า ระบบนี้ทำให้คนทุกคนมีความเสมอภาคกันในอิสรภาพด้านของการตัดสินใจ ทำให้ทุกคนในชาติมีสิทธิที่เท่าเทียมกันในการเข้าถึงกฎหมาย หลักความสำคัญของการปกครองระบบประชาธิปไตย ความเสมอภาค ทุกคนมีสิทธิในการออกเสียงด้านการเมืองอย่างเท่าเทียมกัน ในเศรษฐกิจประชาชนทุกคนจะไม่ถูกกีดกันในเรื่องของการดำรงอาชีพ ทุกคนสามารถมีสิทธิที่จะศึกษาสูงเท่าไรก็ได้ ได้รับการรักษาพยาบาลเทียบเท่ากันทุกคน สิทธิและหน้าที่ประชาชนที่อยู่ในการปกครองระบบประชาธิปไตย สิทธิ คืออำนาจ และประโยชน์ที่ทุกคนจะได้รับอย่างเท่าเทียมกันโดยชอบธรรมภายใต้ที่กฎหมายกำหนด เสรีภาพ คืออิสระที่จะทำการอะไร ที่ไม่ละเมิดสิทธิของผู้อื่นตามที่กฎหมายกำหนด หน้าที่ คือสิ่งที่ทุกคนภายในชาติต้องปฏิบัติไม่ว่าจะเป็น การใช้สิทธิของตัวเอง ดูแลระบบกฎหมายให้อยู่ในศีลธรรมอันดี ในทางนิติธรรม คือการใช้กฎหมายมาบริหารประเทศเพื่อให้ประชาชนอยู่ร่วมกันอย่างมีระบบระเบียบ บุคคลทุกคนต้องอยู่ภายใต้กฎหมาย ไม่เว้นแต่พระมหากษัตริย์ก็ต้องอยู่ภายใต้กฎหมายเช่นเดียวกัน การใช้เหตุผล คือการที่ให้เหตุผลมาปกครองและบริหารประเทศ ยอมรับในเสียงข้างมากที่เกิดขึ้น และต้องเคารพในส่วนของสิทธิเสรีภาพคนเสียงข้างน้อยด้วย เพราะประชาชนทุกคนมีสิทธิที่จะตัดสินใจแบบเสรีภาพและทุกคนย่อมมีเหตุผลของตนเองเสมอ ผลเสียหากเราไม่ใช้สิทธิหรือเสียงในการเลือกตั้ง ประเทศจะขาดการตรวจสอบผู้แทนจากเสียงประชาชน ได้ตัวแทนประชาชนที่ไม่ดีมาบริหารประเทศ ทำให้ประเทศชาติล่มจม การทำงานได้ด้านนิติบัญญัตินั้นจะไม่มีประสิทธิภาพ ทำให้ประเทศชาติไม่พัฒนา เพราะผลประโยชน์จะตกอยู่แต่กับตัวแทนที่เข้ามาบริหารประเทศ ไม่ถึงประชาชน เกิดการฉ้อโกง เพราะขาดการตรวจสอบจากประชาชน หรือองค์กรอิสระ
Read More
ประเทศที่ได้ชื่อว่ามีระบอบประชาธิปไตยแข็งแกร่งที่่สุด 2017

ประเทศที่ได้ชื่อว่ามีระบอบประชาธิปไตยแข็งแกร่งที่่สุด 2017

กับคำถาม ‘ประเทศในโลกมีระบอบประชาธิปไตยแข็งแกร่งที่่สุด’ ทำให้หลายๆคนอาจมีคำตอบอยู่ในใจ ได้แก่ ‘ประเทศสหรัฐอเมริกา’ เนื่องจากมีความเชื่อว่า ‘ประเทศสหรัฐอเมริกา’ เป็นดินแดนแห่งเสรีภาพ อีกทั้งยังเป็นสถานที่ตั้งของ “เทพีแห่งสันติภาพ” อีกทั้งยังมีการส่งเสริม “ประชาธิปไตย” อย่างเข้มข้น โดยมุ่งเน้นไปในเรื่องของ “สิทธิ” กับ “เสรีภาพ” ของพลเมืองเป็นหลัก มีการเลือกตั้งมากมาย และมีการเลือกขนาดใหญ่ นั่นคือ การเลือกตั้งผู้นำประเทศ อย่าง “ประธานาธิบดี” นั่นเอง แต่ความจริงแล้วได้มีการจัดทำตัวบ่งชี้ ซึ่งเรียกว่า ‘ดัชนีประชาธิปไตย’ จากหน่วยข่าวกรองเศรษฐศาสตร์ของประเทศต่างๆ ทั่วโลก จำนวน 167 ประเทศ โดยประกอบด้วย 166 รัฐอธิปไตยและ เป็นสมาชิกขององค์การสหประชาชาติ ดัชนีนี้ ได้มาจากตัวชี้วัด 60 ชนิดจาก 5 กลุ่มหลัก ได้แก่ กระบวนการเลือกตั้ง , พหุนิยม, เสรีภาพ, การทำงานของรัฐบาล, การมีส่วนร่วมทางการเมือง และวัฒนธรรมทางการเมือง การวัดค่าดัชนีนี้เกิดขึ้นเป็นครั้งแรกในปี ค.ศ.  2006 และมีการอัพเดทข้อมูลเรื่อยมา ผลสำรวจแสดงให้เห็นว่าปี 2016 มีประเทศที่คะแนนทางด้านประชาธิปไตยถอยลงถึง 72 ประเทศ ส่งผลให้สัดส่วนระบบเสื่อมภายในถอยลง มากกว่าประเทศซึ่งมีระบบมั่นคงขึ้นถึง 2 ต่อ 1 นอกจากนี้ ผลรวมยังบอกอีกด้วยว่ามีประชากรบนโลกน้อยกว่าครึ่ง คิดเป็นจำนวน 49% ได้อยู่กับประชาธิปไตยอย่างแท้จริง ส่วนประชากรที่ได้อยู่ในระบบประชาธิปไตยเต็มรูปแบบ มีเพียง 4.5% เท่านั้น ตกต่ำลงจากปี 2011 ซึ่งยังมีเกือบ 9% ส่วนภูมิภาคอันได้คะแนนต่ำสุด คือยุโรปตะวันออก โดยการพิจารณาคะแนน ดูจากกระบวนการเลือกตั้งและพหุนิยม, หน้าที่ของรัฐบาล, การมีส่วนร่วมทางการเมืองของประชาชน, วัฒนธรรมทางการเมือง รวมทั้งเสรีภาพพลเมืองจาก 167 ประเทศทั่วโลก โดยรวมคะแนนเฉลี่ยตกลง จากปี 2015 ด้วยคะแนน 5.55 กลายเป็น 5.52 ในปี 2016 จากคะแนนเต็ม 10 คะแนน ประเทศใดมีระบอบประชาธิปไตยแข็งแกร่งที่่สุด นอร์เวย์ ยังคงเป็นประเทศซึ่งมีระบอบประชาธิปไตยอย่างหนักแน่นที่สุดในปี 2016 หลังจากสามารถแซงหน้าเดนมาร์กมาได้ พร้อมคว้าแชมป์ประเทศมีความสุขที่สุดในโลกอีกด้วย จากการจัดอันดับของ UN ในเดือนมีนาคม ส่วนประเทศไทยอยู่อันดับ 100 จาก 167 ประเทศ จัดเป็นประเทศซึ่งอยู่ในกลุ่ม ‘ประเทศที่มีการปกครองแบบผสม’ คือ ผสมระหว่างประชาธิปไตยกับเผด็จการ ก็ตกลงมา 2 อันดับจากปี 2015 อยู่ที่ 98 โดยคะแนนส่วนฉุดให้ต่ำลงคือ หน้าที่ของรัฐบาล , วัฒนธรรมทางการเมือง ส่วนคะแนนต่ำสุด คือ…
Read More
ข้อดี ข้อเสียของระบอบประชาธิปไตย

ข้อดี ข้อเสียของระบอบประชาธิปไตย

มาทำความรู้จักกับระบอบประชาธิปไตยแบบง่ายๆกันก่อนดีกว่า การปกครองระบอบประชาธิปไตย มีจุดเด่นอยู่ที่การแข่งขันอย่างเสรี ระหว่างกลุ่มหรือพรรคการเมืองต่าง ๆ ทั้งนี้มีจุดประสงค์เพื่อให้ได้รับความไว้วางใจจากประชาชนส่วนใหญ่ของประเทศ เพื่อให้พรรคของตนได้มีโอกาสในการออกไปทำหน้าที่จัดตั้งรัฐบาล เพื่อบริหารประเทศให้เป็นไปตามนโยบายที่พรรคการเมืองนั้น ได้เสนอไว้ให้แก่ประชาชนระหว่างการหาเสียง โครงสร้างของการปกครองระบอบประชาธิปไตย การปกครองระบอบประชาธิปไตย ยึดถือรัฐธรรมนูญเป็นกฎหมายสูงสุด ใช้รัฐธรรมนูญเป็นตัวกำหนดโครงสร้าง , กำหนดความสัมพันธ์ระหว่างสถาบันการเมืองการปกครอง เข้ากับขอบเขตอำนาจที่มาจากสถาบันต่าง ๆ อีกทั้งรัฐธรรมนูญยังต้องมีการบัญญัติสิทธิมนุษยชนของประชาชนไว้อย่างชัดเจน การปกครองระบอบประชาธิปไตย สามารถแบ่งออกเป็น 2 รูปแบบ ได้แก่… ระบอบประชาธิปไตยแบบที่มีพระมหากษัตริย์ทรงเป็นประมุข ยกตัวอย่างเช่น ประเทศอังกฤษ , เนเธอร์แลนด์ , เบลเยียม , เดนมาร์ก , นอร์เวย์ , สวีเดน , ไทย , ญี่ปุ่น , มาเลเซีย เป็นต้น ระบอบประชาธิปไตยแบบที่ประธานาธิบดีเป็นประมุขซึ่งมาจากการเลือกตั้ง เช่น ประเทศฝรั่งเศส , ฟิลิปปินส์ , สหรัฐอเมริกา เป็นต้น ทุกๆระบบการปกครองย่อมมีข้อดี – ข้อเสีย ที่แตกต่างกันไป ขึ้นอยู่กับว่าระบบนั้นสามารถตอบสนองความต้องการของคนในชาติได้หรือไม่ และสามารถทำให้ประเทศมีการพัฒนาอย่างยั่งยืนได้ไหม นั่นเอง ข้อดีของระบอบประชาธิปไตย เปิดโอกาสให้ประชาชนข้างมากดำเนินการปกครอง โดยมีประชาชนข้างน้อยค้านอำนาจ คือ มีสิทธิคัดค้านการปกครองของฝ่ายข้างมาก เพื่อให้เกิดความสมดุล เปิดโอกาสให้ประชาชนทุกคนมีสิทธิ – เสรีภาพได้อย่างเท่าเทียมเสมอภาคกัน ทุกคน ทุกเพศ จัดเป็นกฎหมายซึ่งเป็นมาตรฐาน ที่ใช้ในการดำเนินการปกครอง จากการใช้กฎหมายบังคับแก่ทุกคน โดยไม่สนใจว่าจะเป็นคนรวยหรือยากจน ช่วยระงับความขัดแย้งระหว่างรัฐบาลกับประชาชน รวมทั้งระหว่างประชาชนด้วยกันเองจากการใช้สันติวิธี โดยมีศาลเป็นผู้พิพากษาตัดสินคดีความต่างๆ อย่างยุติธรรม ให้เป็นไปตามครรลองของกฎหมาย ช่วยให้ประชาชนทุกคนอยู่ร่วมกันได้อย่างสันติ โดยมีกฎหมายเป็นกรอบความประพฤติทุกคนในชาติ ข้อเสียของระบอบประชาธิปไตย เกิดความล่าช้าในการตัดสินใจต่างๆ เนื่องจากต้องผ่านขั้นตอนมากมาย เช่น เกิดการแก้ไขปรับปรุงให้การบังคับใช้เป็นไปตามกฎหมาย เป็นต้น ต้องเสียค่าใช้จ่ายในการดำเนินการปกครองมาก เช่น การเลือกตั้งสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร , การเลือกสมาชิกวุฒิสภา หรือแม้กระทั่งการเลือกตั้งประธานาธิบดีก็ตาม แต่ละครั้งต้องใช้งบประมาณจำนวนมาก อาจนำประเทศไปสู่ความวุ่นวายได้ เพราะถ้าประชาชนส่วนใหญ่ในประเทศ ไม่รู้จักใช้สิทธิเสรีภาพของตน ให้อยู่ภายในกรอบของกฎหมายก็อาจทำให้ประเทศเจริญช้าลง หรือไม่ส่งผลให้เกิดความเจริญใดๆเลย ไม่เหมาะกับประเทศยากจนและประชาชนด้อยการศึกษา เพราะถ้าประชาชนส่วนใหญ่ในประเทศ ยังคงยากจนและไร้การศึกษา ทำให้ประชาชนส่วนใหญ่ยังไม่เกิดความพร้อมที่จะปกครองตนเองในระบอบประชาธิปไตย
Read More
การปกครองแบบประชาธิปไตยอย่างเป็นระบบ

การปกครองแบบประชาธิปไตยอย่างเป็นระบบ

การปกครองแบบประชาธิปไตย ภาษาอังกฤษเรียกว่า Democracy คือ ระบบการปกครองซึ่งให้ประชาชนทุกคนเป็นใหญ่ เป็นรูปการปกครองซึ่งยึดถืออำนาจอธิปไตยเป็นของปวงชนนั่นเอง ประเทศที่เป็นประชาธิปไตยต้องมีรัฐธรรมนูญ เนื่องจากรัฐธรรมนูญเป็นกฎหมายหลัก ซึ่งใช้กำหนดแนวทาง ในการที่รัฐจะใช้อำนาจปกครองประชาชน รวมทั้งมีหลักการจัดระเบียบการปกครอง แต่อย่างไรก็ตามรัฐธรรมนูญก็ยังไม่ใช่เครื่องหมายแสดงถึงความเป็นประชาธิปไตย เนื่องจากประเทศที่ปกครองด้วยระบอบเสด็จการก็มีรัฐธรรมนูญเช่นเดียวกัน แต่การที่จะพิจารณาว่าประเทศไหนเป็นประชาธิปไตยแท้จริงหรือไม่ ต้องดูว่ารัฐธรรมนูญของประเทศนั้นให้ประชาชนเป็นเจ้าของอำนาจอธิปไตยไหม โดยลักษณะที่สำคัญของการปกครองแบบประชาธิปไตย พิจารณาได้จาก 3 สิ่ง คือ รัฐบาล , การเลือกตั้งและการปกครองจากเสียงข้างมาก รัฐบาลในระบอบประชาธิปไตย ต้องมีลักษณะเป็น ‘รัฐบาลของประชาชน โดยประชาชน เพื่อประชาชน’ ซึ่งเป็นคำพูดของ Abraham Lincoln อดีตประธานาธิบดีของสหรัฐฯ - รัฐบาลของประชาชน คือ รัฐบาลจะต้องมาจากการเลือกตั้งของประชาชน รวมทั้งประชาชนสามารถเปลี่ยนแปลงผู้ปกครองได้โดยการไปลงคะแนนเสียงเลือกตั้ง - รัฐบาลโดยประชาชน คือ ประชาชนทุกคนมีสิทธิเป็นผู้ปกครองได้ ถ้าได้รับเสียงสนับสนุนจากประชาชนส่วนใหญ่ของประเทศ - รัฐบาลเพื่อประชาชน คือ รัฐบาลจะต้องมีจุดประสงค์ในการบริหารประเทศ คือ เพื่อความสุขของประชาชน อีกทั้งต้องมีการกำหนดวาระในการดำรงตำแหน่ง  เพื่อจะได้เป็นที่ยึดเหนี่ยวว่าผู้ปกครองจะต้องปกครองเพื่อประชาชนอย่างแท้จริง เพราะถ้ามีการเปลี่ยนแปลงจากจุดหมายนี้ ประชาชนก็จะมีโอกาสเปลี่ยนผู้ปกครองผ่านทางการเลือกตั้งนั่นเอง การเลือกตั้ง ประชาธิปไตยจำเป็นต้องมีการเลือกตั้ง เพื่อเปิดโอกาสให้บุคคลเสนอตัวเข้ารับใช้ส่วนรวม และเปิดโอกาสให้ประชาชนได้ใช้สิทธิในการเลือกบุคคลที่ตนต้องการ แต่การมีสิทธิเลือกตั้งอย่างเดียวก็ยังไม่เพียงพอ คือ ต้องมีหลักประกันในการใช้สิทธิด้วยว่า ประชาชนสามารถใช้สิทธิเต็มที่ คือ ต้องมีการลงคะแนนแบบลับๆ การปกครองโดยเสียงข้างมาก การปกครองโดยเสียงข้างมาก คือ การบุคคลหลายบุคคลรวมตัวกันขึ้นเป็นรัฐบาล ถ้าไม่ได้รับเลือกตั้งจากประชาชนโดยตรงแล้ว ก็ต้องเป็นกลุ่มซึ่งได้รับการยอมรับจากเสียงข้างมาก ของผู้แทนที่ได้รับการเลือกตั้งเข้ามา จากการออกกฎหมาย , การวินิจฉัยปัญหา รวมทั้งการตัดสินใจในเรื่องต่างๆ ก็ต้องเป็นไปตามความเห็นชอบของเสียงข้างมาก แต่อย่างไรก็ตามระบอบประชาธิปไตย ไม่ได้หมายความถึงการยึดหลักเสียงข้างมากเท่านั้น แต่จำเป็นต้องมีหลักประกันสำหรับเสียงข้างน้อยด้วย แปลว่า สิทธิขั้นพื้นฐานของเสียงข้างน้อยก็ต้องได้รับการเคารพ เป็นที่สนใจ เช่นเดียวกัน เนื่องจากเป็นการป้องกันการละเมิดหรือก้าวก่ายสิทธิของเสียงข้างน้อย พูดง่ายๆก็คือเป็นการใช้กฎหมู่นั่นเอง โดยความคิดเห็นที่ตกเป็นเสียงข้างน้อยนั้น ไม่ได้แปลว่าจะต้องสูญหายไปอย่างสิ้นเชิง แต่อาจจะกลับมาได้รับการยอมรับในโอกาสต่อไปก็เป็นได้
Read More